หญิงนั้นฟังถ้อยคำของคนพวกนั้นแล้ว จึงบอกแก่พระกาละว่า "ท่านเจ้าข้า ดิฉันอยากจะฟังธรรมเทศนาของพระศาสดาบ้าง." เธอห้ามเขาว่า "อย่าไปที่นั่นเลย." หญิงนั้นในวันรุ่งขึ้นก็ขออีก แม้อันพระกาละนั้นห้ามอยู่ถึง ๓ ครั้งก็ยังอยากจะฟังอยู่นั่นแล.

มีคำถามสอดเข้ามาว่า "ก็เหตุไฉน? เธอจึงได้ห้ามเขาเสีย."

แก้ว่า "ได้ยินว่า เธอได้มีความเห็นเช่นนี้ว่า ‘อุบาสิกานี้ ได้ฟังธรรมในสำนักพระศาสดาแล้ว จักแตกจากเรา’ เหตุนั้น เธอจึงได้ห้ามเขาเสีย.

วันหนึ่ง หญิงนั้นบริโภคอาหารเสร็จสมาทานอุโบสถแล้ว สั่งบุตรีไว้ว่า "แม่ จงอังคาสพระผู้เป็นเจ้าให้ดี" แล้วได้ไปวิหารแต่เช้าเทียว. ฝ่ายบุตรีของเขาก็อังคาสพระกาละโดยเรียบร้อย ในกาลเธอมาถึง เธอถามว่า "อุบาสิกาผู้ใหญ่ไปไหน?" (นาง) ตอบว่า "ไปวิหารเพื่อฟังธรรม." เธอพอได้ฟังข่าวนั้น ทุรนทุรายอยู่เพราะความกลัดกลุ้มอันตั้งขึ้นในท้อง ๑- นึกว่า "เดี๋ยวนี้ อุบาสิกานั้นแตกจากเราแล้ว" รีบไป เห็นหญิงนั้นฟังธรรมอยู่ในสำนักพระศาสดา จึงทูลพระศาสดาว่า "พระเจ้าข้า หญิงคนนี้เขลา ไม่เข้าใจธรรมกถาอันละเอียด อย่าตรัสธรรมกถาอันละเอียดซึ่งประดับด้วยสภาวธรรมมีขันธ์เป็นต้น ตรัสแต่เพียงทานกถาหรือสีลกถาแก่เขาก็พอ." ____________________________

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๒,๖๙๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๒. อัตตวรรค”