ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า "เอถ ปสฺสถิมํ โลกํ" เป็นต้น. พระกุมารได้รับพระราชทานราชสมบัติ
ได้ยินว่า เมื่ออภัยราชกุมารนั้นทรงปราบปรามปัจจันตชนบทให้สงบมาแล้ว พระเจ้าพิมพิสารผู้พระบิดาทรงพอพระทัยแล้ว พระราชทานหญิงฟ้อนคนหนึ่งผู้ฉลาดในการฟ้อนและการขับแล้ว ได้พระราชทานราชสมบัติสิ้น ๗ วัน.
อภัยราชกุมารนั้นไม่เสด็จออกภายนอกพระราชมนเทียรเลย เสวยสิริแห่งความเป็นพระราชาสิ้น ๗ วัน เสด็จไปสู่ท่าแม่น้ำในวันที่ ๘ ทรงสรงสนานแล้ว เสด็จเข้าไปสู่พระอุทยาน ประทับนั่งทอดพระเนตรการฟ้อนและการขับของหญิงนั้น ดุจสันตติมหาอำมาตย์.
ในขณะนั้นเอง แม้นางนั้นได้ทำกาละด้วยอำนาจกองลมกล้าดุจศัสตรา ดุจหญิงฟ้อนของสันตติมหาอำมาตย์ พระกุมารมีความโศกเกิดขึ้นแล้ว เพราะกาลกิริยาของหญิงฟ้อนนั้น ทรงดำริว่า "ผู้อื่น เว้นพระศาสดาเสีย จักไม่อาจเพื่อให้ความโศกนี้ของเราดับได้" ดังนี้แล้ว จึงเข้าไปเฝ้าพระศาสดากราบทูลว่า "พระเจ้าข้า ขอพระองค์จงให้ความโศกของข้าพระองค์ดับเถิด." อุบายระงับความโศก
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที