พระศาสดาทรงเหยียดพระหัตถ์ออกจากกลีบจีวร ตรัสว่า "ท่านทั้งหลายจงเป็นภิกษุมาเถิด จงประพฤติพรหมจรรย์." ชาวเมืองเข้าใจว่าอัคคิทัตใหญ่กว่าพระศาสดา
ในขณะนั้นเอง ฤษีเหล่านั้นได้เป็นผู้ทรงไว้ซึ่งบริขาร ๘ ดุจพระเถระมีพรรษาตั้งร้อย. ก็วันนั้นได้เป็นวันที่ชาวแคว้นอังคะ แคว้นมคธะและแคว้นกุรุ แม้ทั้งปวงถือเครื่องสักการะมา. ชนเหล่านั้นถือเครื่องสักการะมาแล้ว เห็นฤษีเหล่านั้นแม้ทั้งหมดบวชแล้ว คิดว่า "อัคคิทัตพราหมณ์ของพวกเราเป็นใหญ่ หรือพระสมณโคดมเป็นใหญ่หนอแล?" ได้สำคัญว่า "อัคคิทัตเป็นใหญ่แน่ เพราะเหตุที่พระสมณโคดมมาหา." อัคคิทัตตัดความสงสัยของชาวเมือง
พระศาสดาทรงตรวจดูอัธยาศัยของชนเหล่านั้นแล้ว ตรัสว่า "อัคคิทัต เธอจงตัดความสงสัยของบริษัท." พระอัคคิทัตนั้นกราบทูลว่า "แม้ข้าพระองค์ก็หวังเหตุมีประมาณเพียงนั้นเหมือนกัน" ดังนี้แล้ว เหาะขึ้นไปสู่เวหาสด้วยกำลังฤทธิ์ แล้วลงมาถวายบังคมพระศาสดาบ่อยๆ ถึง ๗ ครั้งแล้ว กล่าวประกาศความที่ตนเป็นสาวกว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นศาสดาของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เป็นสาวก" ดังนี้แล. เรื่องปุโรหิตชื่ออัคคิทัต จบ. .. อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท พุทธวรรคที่ ๑๔ อ่านอรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ]
๗. เรื่องปัญหาพระอานนทเถระ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที