ดังนี้แล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า :-

๗. น เตน ภิกฺขุ โส โหติ ยาวตา ภิกฺขเต ปเร วิสฺสํ ธมฺมํ สมาทาย ภิกฺขุ โหติ น ตาวตา. โยธ ปุญฺญญฺจ ปาปญฺจ พาเหตฺวา พฺรหฺมจริยวา สงฺขาย โลเก จรติ ส เว ภิกฺขูติ วุจฺจติ. บุคคลชื่อว่าเป็นภิกษุ เพราะเหตุที่ขอกะคนพวก อื่น หามิได้, บุคคลสมาทานธรรมอันเป็นพิษ ไม่ชื่อว่า เป็นภิกษุ ด้วยเหตุเพียงเท่านั้น; ผู้ใดในศาสนานี้ ลอยบุญและบาปแล้ว ประพฤติ พรหมจรรย์ (รู้ธรรม) ในโลก ด้วยการพิจารณาเที่ยวไป ผู้นั้นแลเราเรียกว่า ‘ภิกษุ’. แก้อรรถ

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยาวตา ความว่า ชื่อว่าเป็นภิกษุ เพราะเหตุสักว่าขอกะชนพวกอื่นหามิได้.

บทว่า วิสํ๑- เป็นต้น ความว่า ผู้ที่สมาทานธรรมไม่เสมอ หรือธรรมมีกายกรรมเป็นต้น อันมีกลิ่นเป็นพิษ ประพฤติอยู่ หาชื่อว่าเป็นภิกษุไม่.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๓,๒๗๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๙. ธัมมัฏฐวรรค”