พวกเดียรถีย์ยกโทษว่า "พวกเราเป็นมุนีทำความเป็นผู้นิ่ง, พวกสาวกของพระสมณโคดมเที่ยวกล่าวกถามากมาย ในที่ทั้งหลายมีโรงภัตเป็นต้น." ลักษณะมุนีและผู้ไม่ใช่มุนี

พระศาสดาทรงสดับความนั้น ตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าวว่า ‘มุนี’ เพราะเหตุสักว่าเป็นผู้นิ่ง, เพราะคนบางพวกไม่รู้ ย่อมไม่พูด, บางพวกไม่พูด เพราะความเป็นผู้ไม่แกล้วกล้า, บางพวกไม่พูด เพราะตระหนี่ว่า ‘คนเหล่าอื่นอย่ารู้เนื้อความอันดียิ่งนี้ของเรา’ เพราะฉะนั้น คนไม่ชื่อว่าเป็นมุนี เพราะเหตุสักว่าเป็นคนนิ่ง, แต่ชื่อว่าเป็นมุนี เพราะยังบาปให้สงบ."

ดังนี้แล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า :-

๘. น โมเนน มุนิ โหติ มูฬฺหรูโป อวิทฺทสุ โย จ ตุลํว ปคฺคยฺห วรมาทาย ปณฺฑิโต ปาปานิ ปริวชฺเชติ ส มุนิ เตน โส มุนิ โย มุนาติ อุโภ โลเก มุนิ เตน ปวุจฺจติ. บุคคลเขลา ไม่รู้โดยปกติ ไม่ชื่อว่าเป็นมุนี เพราะ ความเป็นผู้นิ่ง, ส่วนผู้ใดเป็นบัณฑิต ถือธรรมอันประเสริฐ ดุจบุคคลประคองตาชั่ง เว้นบาปทั้งหลาย ผู้นั้นเป็นมุนี, ผู้นั้นเป็นมุนี เพราะเหตุนั้น, ผู้ใดรู้อรรถทั้งสองในโลก ผู้นั้น เรากล่าวว่า "เป็นมุนี" เพราะเหตุนั้น. แก้อรรถ

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๓,๒๘๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๙. ธัมมัฏฐวรรค”