พระศาสดา ครั้นทรงนำบุรพกรรมนี้ของสูกรเปรตนั้นมาแล้ว ตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย ธรรมดาว่าภิกษุพึงเป็นผู้เข้าไปสงบด้วยกายเป็นต้น"

แล้วตรัสพระคาถานี้ว่า :-

๔. วาจานุรกฺขี มนสา สุสํวุโต กาเยน จ อกุสลํ น กยิรา เอเต ตโย กมฺมปเถ วิโสธเย อาราธเย มคฺคํ อิสิปฺปเวทิตํ. บุคคลผู้มีปกติรักษาวาจา สำรวมดีแล้วด้วยใจ และไม่ควร ทำอกุศลด้วยกาย พึงยังกรรมบถทั้งสามเหล่านี้ให้หมดจด พึงยินดีทางที่ท่านผู้แสวงหาคุณประกาศแล้ว. แก้อรรถ

ความแห่งพระคาถานั้นว่า "บุคคล ชื่อว่าผู้มีปกติตามรักษาวาจา เพราะเว้นทุจริต #-๔, ชื่อว่าสำรวมใจแล้วด้วยดี เพราะไม่ยังมโนทุจริตมีอภิชฌาเป็นต้นให้เกิดขึ้น. และเมื่อละกายทุจริต มีปาณาติบาตเป็นต้น ชื่อว่าไม่ควรทำอกุศลด้วยกาย, พึงยังกรรมบถ ๓ เหล่านั้น ให้หมดจดด้วยอาการอย่างนี้ ก็เมื่อให้หมดจดได้อย่างนั้น ชื่อว่าพึงยินดีมรรคมีองค์ ๘ อันท่านผู้แสวงหาคุณทั้งหลาย มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ผู้แสวงหาคุณคือศีลเป็นต้น ประกาศแล้ว.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๓,๓๓๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒๐. มรรควรรค”