ในภิกษุเหล่านั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีภรรยาเก่าชื่อว่านางมธุรปาณิกา. นางได้มีอุปการะแก่ภิกษุเหล่านั้นแม้ทุกรูป, เพราะฉะนั้น ภิกษุแม้ทุกรูปถืออาหารที่ตนได้แล้ว ไปนั่งฉันที่เรือนของนางนั่นแหละ. ฝ่ายนางก็ถวายแกงและกับแก่ภิกษุเหล่านั้น ตามที่ตนจัดไว้.

นางอันอาพาธชนิดใดชนิดหนึ่งถูกต้องแล้ว ได้ทำกาละแล้ว. ลำดับนั้น พระเถระแก่เหล่านั้นประชุมกันในบรรณศาลาของพระเถระผู้สหาย กอดคอกันและกันร้องไห้รำพันอยู่ว่า "อุบาสิกาผู้มีรสมืออันอร่อยทำกาละเสียแล้ว."

และอันภิกษุทั้งหลายวิ่งเข้าไปโดยรอบ แล้วถามว่า "นี่เรื่องอะไรกัน? ท่าน" จึงกล่าวว่า "ท่านผู้เจริญ ภรรยาเก่าของสหายของพวกผมทำกาละเสียแล้ว, นางเป็นผู้มีอุปการะแก่พวกผมเหลือเกิน, บัดนี้ พวกผมจักได้ผู้เห็นปานนั้นแต่ไหน พวกผมร้องไห้เพราะเหตุนี้." พระศาสดาตรัสกากชาดกแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลายสนทนากันในโรงธรรมแล้ว. พระศาสดาเสด็จมาแล้ว ตรัสถามว่า "ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอนั่งประชุมกันด้วยเรื่องอะไรหนอ? ในบัดนี้" เมื่อพวกภิกษุกราบทูลว่า "ด้วยเรื่องชื่อนี้"

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๓,๓๔๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒๐. มรรควรรค”