และความเสื่อม ยังประเสริฐกว่าความเป็นอยู่ของผู้นั้น.

ก็ในกาลนั้น พระศาสดาทรงทราบนางปฏาจาราว่า มีความโศกเบาบางแล้ว จึงตรัสว่า "ปฏาจารา ชื่อว่าปิยชนทั้งหลายมีบุตรเป็นต้น ย่อมไม่สามารถเป็นผู้ต้านทาน หรือป้องกันของบุคคลผู้ไปสู่ปรโลกได้ เพราะฉะนั้น ชนเหล่านั้นแม้มีอยู่ก็ชื่อว่าไม่มีแท้ อันการที่บัณฑิตชำระศีลให้หมดจดแล้ว ชำระหนทางเป็นที่ไปพระนิพพานเพื่อตนนั่นแล ย่อมควร" ดังนี้แล้ว

เมื่อจะทรงแสดงธรรม ได้ทรงภาษิตพระคาถาเหล่านี้ว่า :-

๑๐. น สนฺติ ปุตฺตา ตาณาย น ปิตา นปิ พนฺธวา อนฺตเกนาธิปนฺนสฺส นตฺถิ ญาตีสุ ตาณตา เอตมตฺถวสํ ญตฺวา ปณฺฑิโต สีลสํวุโต นิพฺพานคมนํ มคฺคํ ขิปฺปเมว วิโสธเย. บัณฑิตทราบอำนาจเนื้อความว่า ‘บุตรทั้งหลาย ย่อมไม่มีเพื่อต้านทาน, บิดาและพวกพ้องทั้งหลาย ก็ ไม่มีเพื่อต้านทาน เมื่อบุคคลถูกความตายครอบงำแล้ว ความต้านทานในญาติทั้งหลายย่อมไม่มี’ ดังนี้แล้ว เป็นผู้สำรวมในศีล พึงชำระทางเป็นที่ไปพระนิพพาน ให้หมดจดพลันทีเดียว. แก้อรรถ

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๓,๓๗๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒๐. มรรควรรค”