๕. สาลภํ นาติมญฺเญยฺย นาญฺเญสํ ปิหยญฺจเร อญฺเญสํ ปิหยํ ภิกฺขุ สมาธึ นาธิคจฺฉติ. อปฺปลาโภปิ เจ ภิกฺขุ สลาภํ นาติมญฺญติ ตํ เว เทวา ปสํสนฺติ สุทฺธาชีวึ อตนฺทิตํ. ภิกษุไม่ควรดูหมิ่นลาภของตน, ไม่ควรเที่ยว ปรารถนาลาภของผู้อื่น, ภิกษุ เมื่อปรารถนาลาภของ ผู้อื่น ย่อมไม่ประสบสมาธิ, ถ้าภิกษุ แม้เป็นผู้มีลาภ น้อย ก็ไม่ดูหมิ่นลาภของตน, เทพยดาทั้งหลายย่อม สรรเสริญภิกษุนั้นแล (ว่า) ผู้มีอาชีพหมดจด ไม่เกียจ คร้าน. แก้อรรถ
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สลาภํ ได้แก่ ลาภที่เกิดขึ้นแก่ตน.
จริงอยู่ ภิกษุผู้เว้นการเที่ยวไปตามตามลำดับตรอก เลี้ยงชีพอยู่ด้วยการแสวงหาอันไม่สมควร ชื่อว่าดูหมิ่น คือดูแคลน ได้แก่รังเกียจลาภของตน เพราะเหตุนั้น ภิกษุไม่ควรดูหมิ่นลาภของตน ด้วยการไม่ทำอย่างนั้น.
สองบทว่า อญฺเญสํ ปิหยํ ความว่า ไม่ควรเที่ยวปรารถนาลาภของคนเหล่าอื่น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที