จึง (แปลง) เป็นพราหมณ์แก่คร่ำคร่าเพราะชรา ประทับนั่งอยู่บนอาสนะที่เลิศของพราหมณ์ทั้งหลายในโรงสวดของพราหมณ์นั้น. พราหมณ์พอเห็นท้าวสักกะนั้นแล้วคิดว่า "คราวนี้ พราหมณีของเราจักพอใจ" กล่าวว่า "มาเถิดท่าน พวกเราจักไปสู่เรือน" ได้พาท้าวเธอไปสู่เรือนแล้ว.

พราหมณีพอเห็นท้าวสักกะเท่านั้น มีจิตยินดีแล้ว ลาดเครื่องลาดบนอาสนะ ๒ (ซ้อน) ในที่เดียวกัน กล่าวว่า "พระผู้เป็นเจ้า เชิญท่านนั่งบนเครื่องลาดนี้เถิด."

ท้าวสักกะเสด็จเข้าไปสู่เรือน แล้วไหว้สามเณรทั้ง ๔ รูป ด้วยเบญจางคประดิษฐ์ แล้วจึงประทับนั่งโดยบัลลังก์ที่พื้นท้ายอาสนะของสามเณรเหล่านั้น.

ครั้งนั้น พราหมณีเห็นท้าวเธอ กล่าวกะพราหมณ์ว่า "แย่จริง พราหมณ์ท่านนำมาแล้ว ท่านพาพราหมณ์บ้าแม้นั้นมา (อีก), พราหมณ์นั้นเที่ยวไหว้สามเณรปูนหลานของตนได้ ประโยชน์อะไรด้วยพราหมณ์นี้ ท่านจงขับไล่พราหมณ์นี้ออกไปเสีย." พราหมณ์แปลงนั้นถูกเขาจับที่คอบ้าง ที่มือบ้าง ที่รักแร้บ้าง ฉุดคร่าออกไปอยู่ ก็ยังไม่ปรารถนาแม้เพื่อจะลุกขึ้น.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๓,๙๓๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒๖. พราหมณวรรค”