แม้ในที่นี้ พึงเห็นอันตรศัพท์ ใช้ในจิตเท่านั้น. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อนฺตรโต อตฺตโน จิตฺเต จากจิต คือในจิตของตน.
บทว่า อิติ ภวาภวตญฺจ วีติวตฺโต ความว่า เพราะเหตุที่สมบัติ ชื่อว่าภพ วิบัติชื่อว่าอภพ. อนึ่ง ความเจริญชื่อว่าภพ ความเสื่อมชื่อว่าอภพ. อนึ่ง ความเที่ยงชื่อว่าภพ ความขาดสูญชื่อว่าอภพ. อนึ่ง บุญชื่อว่าภพ บาปชื่อว่าอภพ. อนึ่ง สุคติชื่อว่าภพ ทุคติชื่อว่าอภพ. อนึ่ง ภพเล็ก ชื่อว่าภพ ภพใหญ่ ชื่อว่าอภพ. ฉะนั้น ท่านจึงเรียกว่าเป็นภวาภวะ ภพ อภพ มีประการเป็นอเนก คือ สมบัติ วิบัติ ความเจริญ ความเสื่อม ความเที่ยง ความขาดสูญ บุญ บาป สุคติ ทุคติและอุปบัติภพน้อยใหญ่. พระอริยบุคคลผ่านพ้น คือก้าวล่วงความโกรธนั้น และภพ อภพ ดังกล่าวมาในนัยนั้นๆ ตามความเป็นจริง ด้วยอริยมรรคทั้ง ๔. พึงเปลี่ยนวิภัตติไปตามอรรถ.
บทว่า ตํ วิคตภยํ ความว่า ซึ่งพระขีณาสพนั่น คือเห็นปานนั้น ผู้ประกอบด้วยคุณดังกล่าวแล้ว. ชื่อว่าผู้ปราศจากภัย เพราะปราศจากเหตุแห่งภัยโดยไม่มีความกำเริบแห่งจิต และโดยก้าวล่วงภวาภวะดังกล่าวแล้ว. ชื่อว่ามีความสุข ด้วยสุขอันเกิดแต่วิเวก และสุขอันเกิดแต่มรรคจิตและผลจิต. ชื่อว่าผู้ไม่มีความโศก เพราะปราศจากภัยนั่นเอง.
บทว่า เทวานานุภวนฺติ ทสฺสนาย ความว่า อุปบัติเทพแม้ทั้งหมด เว้นผู้บรรลุมรรค แม้พยายามอยู่ ก็ไม่ได้ ไม่อาจ ไม่สามารถ เพื่อจะเห็น คือแลเห็น ด้วยการเห็นโดยการท่องเที่ยวไปแห่งจิต จะป่วยกล่าวไปไยถึงพวกมนุษย์เล่า ก็แม้พระเสขะทั้งหลาย ก็ไม่รู้ความเป็นไปแห่งจิตของพระอรหันต์ได้ เหมือนปุถุชนไม่รู้ความเป็นไปแห่งจิตของพระเสขะแล. จบอรรถกถากาฬิโคธาภัททิยสูตรที่ ๑๐
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที