อนึ่ง ตรัสไว้ว่า ดูก่อนมหาบพิตร ทานที่บุคคลให้แล้วไม่มีผล การบูชาไม่มีผล ยัญที่บูชาแล้วไม่มีผล ฯลฯ ทั้งคนพาลและบัณฑิตเบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก ย่อมขาดสูญ ย่อมพินาศ ย่อมไม่มี.
สมณพราหมณ์แม้เหล่านั้นผู้ยึดถือผิดตรงกันข้ามอย่างนี้ จักสลัดออกจากภพได้แต่ที่ไหน.
ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า เรากล่าวว่าสมณพราหมณ์ทั้งหมดนั้นไม่สลัดออกจากภพไปได้. เพราะสัตวโลกยังไม่ได้ถอนกิเลสที่เหลือให้หมดด้วยอริยมรรคภาวนา แม้ในกาลไหนๆ ก็ไม่ได้ความหลุดพ้นด้วยการสลัดออกจากภพ.
จริงอย่างนั้น สมณพราหมณ์เหล่านั้นเป็นผู้ตกไปในส่วนสุดทั้งสองว่ามี (หรือ) ไม่มี เพราะไม่หยั่งรู้ตามความเป็นจริง จึงกระสับกระส่ายและดิ้นรน เพราะอำนาจตัณหาและทิฎฐิ เพราะเขาเหล่านั้นมีทิฎฐิเป็นคติ ลุ่มหลงอยู่แม้ในเหตุแห่งความเป็นไป (คือสมุทัย) ถูกเครื่องผูก คือตัณหาล่ามไว้ที่เสาคือทัสสนะอันผิดตรงกันข้าม ซึ่งฝังไว้แน่นที่แผ่นดิน คือสักกายทิฎฐิ ย่อมไม่ละที่ที่ผูกไปได้ เหมือนสุนัขที่ล่ามไว้ด้วยเครื่องล่าม
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที