ภพทั้งหมดนั้นมีรูปและเวทนาเป็นต้นเป็นธรรม ชื่อว่าไม่เที่ยง เพราะอรรถว่ามีแล้วกลับไม่มี. ชื่อว่าเป็นทุกข์ เพราะถูกความเกิดและความดับบีบคั้น. ชื่อว่ามีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา เพราะจะต้องแปรปรวนไปด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ ชราและมรณะ.
อิติ ศัพท์ มีอาทิเป็นอรรถหรือมีปการะเป็นอรรถ. คืออย่างไร?
คือ ด้วย อิติ ศัพท์นั้น พระองค์ทรงสงเคราะห์แม้อนัตตลักษณะ แล้วตรัสว่า ชื่อว่าอนัตตา เพราะไม่เป็นไปในอำนาจ หรือชื่อว่าอนัตตา เพราะอรรถว่าไม่เป็นไปในอำนาจ เหตุมีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา.
สัตวโลกพิจารณาเห็นเบญจขันธ์นี้ กล่าวคือภพ ตามความเป็นจริง คือไม่แปรผัน ด้วยปัญญาอันชอบ คือด้วยญาณอันชอบ ได้แก่ด้วยปัญญาอันสัมปยุตด้วยมรรคอันประกอบด้วยวิปัสสนา คือแทงตลอดด้วยปริญญาอภิสมัยเป็นต้น จึงละตัณหาในภพอันเป็นไปโดยนัยมีอาทิว่า ภพเที่ยง ด้วยประการฉะนี้ คือด้วยอาการแทงตลอดลักษณะ ๓ คือดับได้เด็ดขาดพร้อมกับการบรรลุอรหัตมรรคนั่นแล ย่อมไม่เพลิดเพลิน คือย่อมไม่ปรารถนา วิภพ คือความตัดขาด เพราะละอุจเฉททิฎฐิได้ด้วยประการทั้งปวง. เพราะความสิ้นไป คือเพราะละตัณหา ๑๐๘ ประเภทมีกามตัณหาเป็นต้น และมีประเภทหาที่สุดมิได้โดยวิภาคการกำหนดเป็นต้นของสัตวโลกผู้เป็นอยู่อย่างนั้น โดยอาการทั้งปวง คือโดยประการทั้งปวง การดับโดยไม่เกิดขึ้นแห่งธรรมอันเป็นฝักฝ่ายแห่งสังกิเลสทั้งสิ้นโดยที่รวมอยู่ในฐานเดียวกับตัณหานั้น โดยไม่เหลือ คือโดยเด็ดขาด ด้วยธรรมเครื่องสำรอก คือด้วยอริยมรรคนั้น คือพระนิพพาน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที