ก็เมื่อเธออาพาธ มีร่างกายทุรพล ได้เสนาสนะที่แสลงตามปกติหรือแสลงแก่ความป่วยไข้ เมื่ออยู่ก็ไม่มีความผาสุก เธอถวายเสนาสนะนั้นแก่ภิกษุผู้ชอบพอกันเสีย อยู่ในเสนาสนะอันเป็นสัปปายะเป็นของภิกษุผู้ชอบพอกันนั้น กระทำสมณธรรม ก็จัดว่าเป็นผู้สันโดษแท้ อาการของภิกษุนั้นนี้ ชื่อว่ายถาพลสันโดษในเสนาสนะ.
ภิกษุอีกรูปหนึ่งไม่รับเสนาสนะที่ดี แม้ที่ถึงเข้า ด้วยคิดว่าเสนาสนะนี้เป็นของประณีต เป็นที่ตั้งแห่งความประมาท หรือได้เสนาสนะอันประณีตมีถ้ำ มณฑป และกูฏาคารเป็นต้น เพราะค่าที่เธอมีบุญมาก เธอถวายเสนาสนะเหล่านั้นแก่พระเถระผู้บวชนานเป็นต้น เหมือนจีวรเป็นต้น ถึงจะอยู่ในที่ใดที่หนึ่ง ก็จัดว่าเป็นผู้สันโดษโดยแท้ อาการของภิกษุนั้นนี้ ชื่อว่ายถาสารุปปสันโดษในเสนาสนะ.
อนึ่ง ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ได้เภสัชปอนๆ หรือประณีต เธอยินดีด้วยเภสัชนั้นนั่นแหละ ไม่ปรารถนาเภสัชอื่น ถึงจะได้ก็ไม่รับ อาการของภิกษุนั้นนี้ ชื่อว่ายถาลาภสันโดษในคิลานปัจจัย.
ก็ครั้นเธอต้องการน้ำมัน ได้น้ำอ้อย เธอถวายน้ำอ้อยนั้นแก่ภิกษุผู้ชอบพอกัน ประกอบเภสัชด้วยน้ำมันจากมือของภิกษุผู้ชอบพอกันนั้น กระทำสมณธรรม ก็จัดว่าเป็นผู้สันโดษแท้ อาการของภิกษุนั้นนี้ ชื่อว่ายถาพลสันโดษในคิลานปัจจัย.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที