บทว่า อรญฺญกุฏิกายํ ได้แก่ กระท่อมที่สร้างไว้ในที่อันดาดาษไปด้วยต้นไม้และกอไม้ ไม่ไกลจากแถวต้นสาละ ซึ่งท่านหมายกล่าวไว้ว่า อรญฺญกุฏิกายํ วิหรนฺติ.
ก็ภิกษุเหล่านั้นเว้นการพิจารณา มีความเพียรย่อหย่อน อยู่ด้วยความประมาท. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อุทฺธตา ดังนี้เป็นต้น.
ในภิกษุเหล่านั้น ภิกษุผู้ชื่อว่าอุทธตะ เพราะมีจิตไม่สงบ เหตุมากไปด้วยอุทธัจจะ. มานะชื่อว่านฬะ เพราะเป็นเหมือนไม้อ้อ โดยเป็นของเปล่า. ภิกษุชื่อว่าอุนนฬะ เพราะมีนฬะ กล่าวคือมานะสูง อธิบายว่า มีมานะสูงเปล่า. ชื่อว่าจปละ เพราะประกอบหรือมากไปด้วยความกวัดแกว่งมีประดับบาตรและจีวรเป็นต้น. ชื่อว่ามุขระ เพราะมีปากกล้า เหตุมีวาจาหยาบ. ชื่อว่าวิกิณณวาจา เพราะมีวาจาพล่อย คือเหลวไหล เหตุมากไปด้วยดิรัจฉานกถา. ชื่อว่ามุฏฐัสสติ เพราะมีสติหลงลืม. อธิบายว่า เว้นจากสติ คืออยู่ด้วยความประมาท. ชื่อว่าอสัมปชานะ เพราะไม่มีสัมปชัญญะโดยประการทั้งปวง. ชื่อว่าอสมาหิตะ เพราะมีจิตไม่ตั้งมั่น โดยไม่มีความตั้งมั่นแห่งจิตตลอดเวลามีการพูดคุยเป็นประมาณ. ชื่อว่าวิพภันตจิตตะ เพราะมีส่วนเปรียบด้วยมฤคตื่นตูม เหตุมีความโลเลเป็นสภาวะ. ชื่อว่าปากตินทรีย์ เพราะเป็นผู้ไม่สำรวมอินทรีย์ โดยไม่สำรวมอินทรีย์มีมนินทรีย์เป็นที่ ๖.
บทว่า เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ความว่า ทรงทราบว่า ภิกษุเหล่านั้นอยู่ด้วยความประมาท ด้วยอำนาจอุทธัจจะเป็นต้นนี้. บทว่า อิมํ อุทานํ ความว่า ทรงเปล่งอุทานนี้อันประกาศโทษและอานิสงส์ตามลำดับ ในการอยู่ด้วยความประมาทและอยู่ด้วยความไม่ประมาท.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที