บทว่า ชุณฺหาย รตฺติยา ได้แก่ ในราตรีศุกลปักษ์.

บทว่า นโวโรปิเตหิ เกเสหิ ได้แก่ มีผมที่ปลงไม่นาน ก็คำว่า เกเสหิ นี้เป็นตติยาวิภัตติ ใช้ในลักษณะอิตถัมภูต.

บทว่า อพฺโภกาเส ได้แก่ ที่เนินกลางแจ้งที่ไม่มีเครื่องมุงหรือเครื่องบัง.

ในพระเถระเหล่านั้น ท่านพระสารีบุตรมีวรรณดุจทองคำ ท่านมหาโมคคัลลานะมีวรรณดังดอกอุบลเขียว ก็พระมหาเถระทั้งสององค์นั้นเป็นชาติพราหมณ์โดยเฉพาะ สมบูรณ์ด้วยอภินิหารสิ้นหนึ่งอสงไขยยิ่งด้วยแสนกัป บรรลุปฏิสัมภิทา ๖ เป็นพระขีณาสพผู้ใหญ่ ได้สมาบัติทุกอย่าง ถึงที่สุดสาวกบารมีญาณ ๖๗ ประการ ทำกโปตกันทราวิหารแห่งเดียวกันให้สว่างไสวไพโรจน์ เหมือนสีหะ ๒ ตัวอยู่ถ้ำทองแห่งเดียวกัน เหมือนเสือโคร่ง ๒ ตัวหยั่งลงสู่พื้นที่เหยียดกายแห่งเดียวกัน เหมือนพญาช้างฉัททันต์ ๒ เชือกเข้าป่าสาลวันซึ่งมีดอกบานสะพรั่งแห่งเดียวกัน เหมือนพญาครุฑ ๒ ตัวอยู่ป่าฉิมพลีแห่งเดียวกัน เหมือนท้าวเวสวัณ ๒ องค์ขึ้นยานสำหรับพาคนไปยานเดียวกัน เหมือนท้าวสักกะ ๒ องค์ประทับนั่งบนบัณฑุกัมพลศิลาอาสน์เดียวกัน เหมือนท้าวมหาพรหม ๒ องค์อยู่ในวิมานเดียวกัน เหมือนดวงจันทร์ ๒ ดวง และพระอาทิตย์ ๒ ดวงอยู่ในท้องฟ้าเดียวกันฉะนั้น.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๔,๘๘๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. ชุณหสูตร”