ก็สุปปพุทธะถูกความทุรพลคือความหิวครอบงำ จึงเที่ยวแสวงหาอาหาร ผ่านระหว่างถนน เห็นมหาชนนั้นประชุมกัน แต่ที่ไกลลิบ เกิดความดีใจขึ้นว่า หมู่มหาชนนี้ประชุมกันด้วยเรื่องอะไรหนอ ชะรอยว่า ในที่นั้น เขาคงจะแจกอาหารเป็นแน่แท้ ไฉนหนอ เราไปในที่นั้นสามารถจะได้อะไรๆ สักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นของเคี้ยว หรือของกิน ดังนี้แล้ว จึงไปในที่นั้นได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์น่าเลื่อมใส น่าชมเชย ถึงความสงบด้วยการฝึกตนอย่างสูง ทรงฝึกแล้ว คุ้มครองแล้ว ประกอบด้วยอินทรีย์ที่สำรวมแล้ว แวดล้อมไปด้วยบริษัทนั้น แสดงธรรมอยู่
ครั้นเห็นแล้ว อันอุปนิสัยสมบัติที่แก่กล้า ซึ่งประกอบไว้ในชาติก่อน ตักเตือนอยู่ จึงคิดว่า ไฉนหนอ แม้เราก็ควรฟังธรรม ดังนี้แล้ว จึงได้นั่ง ณ ท้ายบริษัท ซึ่งท่านหมายกล่าวไว้ว่า สุปปพุทธกุฏฐิได้เห็นแล้วแล ฯลฯ นั่ง ณ ส่วนข้างหนึ่ง ในที่นั้นนั่นเอง ด้วยหวังใจว่า แม้เราก็จักฟังธรรม ดังนี้เป็นต้น.
บทว่า สพฺพาวนฺตํ แปลว่า มีบุคคลทุกหมู่เหล่า คือมีบุคคลทุกเหล่ามีคนเลวเป็นต้น. ในข้อนั้นมีอธิบายว่า ไม่เหลือแม้ใครๆ ไว้. อาจารย์บางพวกกล่าวว่า สพฺพวนฺตํ ดังนี้ก็มี.
บทว่า เจตสา ความว่า ด้วยพระหทัยอันประกอบด้วยพุทธจักษุ. จริงอยู่ ท่านแสดงพระญาณโดยยกจิตขึ้นเป็นประธาน เพราะฉะนั้น จึงมีอธิบายว่า ด้วยอาสยานุสยญาณและอินทริยปโรปริยัตญาณ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที