ดังนั้น เรานั้น จึงชื่อว่ามีอริยทรัพย์ ๗ ประการนี้ เพราะบุคคลผู้มีอริยทรัพย์เหล่านี้ พระพุทธเจ้าหรือพระปัจเจกพุทธเจ้าไม่ตรัสเรียกว่า เป็นคนเข็ญใจ. ____________________________ ๓- องฺ. สตฺตก. เล่ม ๒๓/ข้อ ๕
ท้าวสักกะทรงสดับถ้อยคำของเขาแล้ว จึงละเขาไว้ในระหว่างทางแล้ว เสด็จไปเฝ้าพระศาสดา กราบทูลคำและคำตอบทั้งหมดนั้นแด่พระศาสดา. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกะท้าวสักกะว่า ดูก่อนสักกะ เทพเช่นท่าน แม้ตั้งร้อย ตั้งพัน ก็ไม่อาจจะให้สุปปพุทธกุฏฐิกล่าวว่า พระพุทธไม่ใช่พระพุทธ พระธรรมไม่ใช่พระธรรม พระสงฆ์ไม่ใช่พระสงฆ์. แม้สุปปพุทธกุฏฐิแล ก็ไปเฝ้าพระศาสดา พระศาสดาทรงกระทำปฏิสันถารแล้ว จึงกราบทูลถึงคุณที่ตนได้รับ. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อถ โข สุปฺปพุทฺโธ กุฏฺฐี ทิฎฺฐธมฺโม ปตฺตธมฺโม ดังนี้เป็นต้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทิฎฺฐธมฺโม ความว่า ชื่อว่าผู้เห็นธรรม เพราะเห็นอริยสัจจธรรม. แม้ในบทที่เหลือก็นัยนี้เหมือนกัน. บรรดาบทเหล่านั้น ธรรมศัพท์ ในบทว่า ทิฎฺฐธมฺโม นี้ บ่งถึงคำสามัญ ชื่อว่าทัสสนะ แม้อื่นไปจากญาณทัสสนะก็ยังมี เพราะเหตุนั้น ทัสสนะนั้น ท่านเรียกว่า ปตฺตธมฺโม เพื่อแสดงนิวัตตนะ (นิโรธสัจ).
ก็การบรรลุแม้อื่นจากญาณสมบัติก็ยังมี เพราะเหตุนั้น ท่านจึงเรียกว่า วิทิตธมฺโม ผู้รู้แจ้งธรรม เพื่อให้แปลกไปจากญาณทัสสนะนั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที