บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ฐิเตน กาเยน ความว่า ผู้มีกายทุกส่วนตั้งอยู่โดยความไม่หวั่นไหว กล่าวคือความเป็นผู้ไม่มีวิการ โดยสังเขปว่า มี โจปนกาย ที่ชื่อว่าตั้งไว้ชอบ เพราะละ คือไม่กระทำอสังวรทางกายทวาร อนึ่ง มีกายอันเป็นไปในทวารทั้ง ๕ ที่ชื่อว่าตั้งไว้ด้วยดี เพราะกระทำอินทรีย์มีจักขุนทรีย์เป็นต้น ให้หมดพยศ หรือมีกรัชกาย ที่ชื่อว่าตั้งอยู่โดยความไม่แปรผัน เพราะไม่มีการคะนองมือเป็นต้น เหตุสำรวมมือและเท้าได้แล้ว. ด้วยคำนั้น พระองค์ทรงแสดงถึงความบริสุทธิ์แห่งศีลของเธอ.
ก็บทว่า กาเยน นี้ เป็นตติยาวิภัตติใช้ในลักษณะอิตถัมภูต. ด้วยคำว่า ฐิเตน เจตสา นี้ ทรงแสดงความถึงพร้อมแห่งสมาธิ โดยแสดงถึงความตั้งมั่นแห่งจิต.
จริงอยู่ สมาธิ ท่านเรียกว่า ความตั้งมั่นแห่งจิต. เพราะฉะนั้น เมื่อความที่จิตมีอารมณ์เป็นหนึ่ง ด้วยอำนาจสมถะหรือด้วยอำนาจวิปัสสนา จิตเป็นอันชื่อว่าตั้งอยู่โดยเข้าถึงภาวะที่จิตเป็นเอกผุดขึ้นในอารมณ์ ไม่ใช่ตั้งอยู่โดยประการอื่น.
ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อทรงแสดงว่า การตั้งอยู่ คือการตั้งมั่นซึ่งกายและจิตตามที่กล่าวแล้วนี้ จำปรารถนาทุกๆ กาลและทุกๆ อิริยาบถ จึงตรัสว่า ยืนอยู่ก็ดี นั่งอยู่ก็ดี นอนอยู่ก็ดี ดังนี้เป็นต้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที