ก็ภาวะแห่งสักกายทิฏฐิ เป็นปัจจัยแก่อันธปุถุชนเหล่านั้น ย่อมปรากฏชัดทีเดียว. พึงทราบความที่ตัณหาและอวิชชาเป็นตัวขยายทิฏฐิ เพราะเข้าไปอาศัยที่สุดโต่ง ๒ อย่างดังว่ามานี้.

ก็อาจารย์บางพวกกล่าวว่าบทว่า กฏสิ นี้เป็นชื่อของขันธ์ ๕. อาจารย์บางพวกเหล่านั้นมีความประสงค์ว่า ความบริสุทธิ์ในสงสาร ย่อมไม่มีโดยส่วนที่สุดโต่งทั้ง ๒ นั้น ก็ที่สุดโต่งทั้ง ๒ นั้น ย่อมขยายอุปาทานขันธ์ โดยส่วนนั้น. แต่อาจารย์อีกพวกหนึ่งกล่าวอรรถของบทว่า กฏสิ วฑฺฒนา ว่า ขยายป่าช้า โดยชราและมรณะสืบๆ กันมา. อาจารย์เหล่านั้นกล่าวเฉพาะความมีและความไม่มีแห่งส่วนสุดโต่งทั้ง ๒ ว่าเป็นเหตุแห่งความบริสุทธิ์ในสงสารเท่านั้น. แต่พึงกล่าวตัณหาและอวิชชาที่ชื่อว่า กฏสิ เป็นตัวขยายทิฏฐิ.

บทว่า เอเต เต อุโภ อนฺเต อนภิญฺญาย ความว่า อันธปุถุชนเหล่านั้นเพราะไม่รู้ส่วนสุดโต่งทั้ง ๒ ตามที่กล่าวแล้วนี้ เพราะเหตุไม่รู้ คือเพราะการณ์ไม่รู้อย่างนี้ว่า ส่วนสุดโต่งเหล่านี้และเหล่านั้น อันอันธปุถุชนยึดถือแล้วอย่างนี้ ตั้งมั่นแล้วอย่างนี้ มีคติอย่างนี้ มีภพเป็นที่ไปในเบื้องหน้าอย่างนี้. พึงทราบอรรถแห่งบทนั้นว่า ใช้ในอรรถแห่งเหตุ เหมือนในประโยคมีอาทิว่า ๑- ก็เพราะเห็นด้วยปัญญา อาสวะของเขาจึงสิ้นไป ดังนี้. ____________________________ ๑- อภิ. ปุ. เล่ม ๓๖/ข้อ ๑๕๑ องฺ. นวก. เล่ม ๒๓/ข้อ ๒๔๖

บทว่า โอลียนฺติ เอเก ความว่า คนพวกหนึ่งถึงความหดเข้าด้วยอำนาจการประกอบตนในความสุขในกาม.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๕,๒๐๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. คณิกาสูตร”