บทว่า อนยํ แปลว่า ความไม่เจริญ คือความทุกข์. บทว่า พฺยสนํ แปลว่า ความพินาศ.

จริงอยู่ ด้วยบทต้น ท่านแสดงถึงทุกข์ปางตาย ด้วยบทหลัง ท่านแสดงถึงความตายของแมลงเม่าเหล่านั้น. ในแมลงเม่าเหล่านั้น สัตว์บางพวกตายพร้อมกับการตกลง บางพวกก็ถึงทุกข์ปางตาย.

บทว่า เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ความว่า ทรงทราบถึงการที่แมลงเม่าทั้งหลายไม่รู้ประโยชน์ตน ถึงความวอดวายไร้ประโยชน์ด้วยความพยายามของตนนี้ จึงทรงเปล่งอุทานนี้ อันแสดงถึงความวอดวายของทิฏฐิคติกบุคคล โดยการถือผิดเหมือนแมลงเม่าเหล่านั้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุปาติธาวนฺติ น สารเมนฺติ ความว่า ไม่ถึงธรรมอันเป็นสาระ ต่างโดย ศีล สมาธิ ปัญญา และวิมุตติ เป็นต้น คือไม่ถึงโดยการตรัสรู้สัจจะ ๔. แต่เมื่อธรรมอันเป็นสาระพร้อมทั้งอุบายนั้น ยังดำรงอยู่นั่นแหละ พวกเขาเป็นเสมือนเข้าถึงธรรมอันเป็นสาระนั้น เพราะหวังธรรมเป็นเครื่องหลุดพ้น ย่อมแล่นไป คือเลยไปด้วยทิฏฐิวิปัลลาส. อธิบายว่า ยึดมั่นถือมั่นในอุปาทานขันธ์ ๕ ว่าเที่ยง งาม สุข มีตัวตน.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๕,๒๑๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. อุปาติสูตร”