ก็ในสูตรนี้ คำต้นท่านกล่าวว่า กาเมสุ แล้วกล่าวซ้ำว่า กาเมสุ อีก ก็เพื่อแสดงว่าสัตว์เหล่านั้นมีจิตน้อมไปในกามนั้น. ด้วยคำนั้น ท่านแสดงว่า สัตว์เหล่านั้นเป็นผู้พรั่งพร้อมด้วยกามคุณ ในทุกอิริยาบถอยู่ในเวลานั้น.

เล่ากันมาว่า สมัยนั้น เว้นพระอริยสาวกเสีย ชาวกรุงสาวัตถีทั้งหมด ต่างโฆษณาถึงการเล่นมหรสพ ตระเตรียมพื้นที่การเล่นไปตามกำลังสมบัติที่มี กินดื่มบริโภคกามทั้งในที่แจ้งทั้งในที่ลับ บำเรออินทรีย์ ถึงความดื่มด่ำในกามทั้งหลาย. พวกภิกษุทั้งหลายพากันเที่ยวบิณฑบาต ในกรุงสาวัตถี เห็นมนุษย์ในเรือนนั้นๆ และในสวนเป็นที่รื่นรมย์เป็นต้น พากันโฆษณาการเล่นมหรสพ มีจิตน้อมไปในกาม ปฏิบัติอย่างนั้นอยู่ พากันคิดว่า เราจักไปวิหาร ได้ฟังธรรมเทศนาอันละเอียดสุขุม ดังนี้แล้ว จึงกราบทูลความนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า.

ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู ฯเปฯ กาเมสุ วิหรนฺติ ดังนี้.

บทว่า เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ความว่า พระองค์ทรงทราบโดยอาการทั้งปวง ถึงความที่มนุษย์เหล่านั้นไม่เห็นโทษในกามทั้งหลายที่น่ากลัว อดกลั้นไม่ได้และมีผลเผ็ดร้อน มีที่เล่นอันน่ารื่นรมย์ มีความเร่าร้อนมาก อันความพินาศเป็นอเนกติดตามผูกพันนี้ จึงทรงเปล่งอุทานนี้ อันประกาศโทษแห่งกามและกิเลส.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๕,๒๔๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. กามสูตร ที่ ๑”