บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กาเมสุ สตฺตา ความว่า ผู้กำหนัด มัวเมา ข้อง ซ่านไป ติด พัวพัน ประกอบ ในวัตถุกาม ด้วยกิเลสกาม.
บทว่า กามสงฺคสตฺตา ความว่า ชื่อว่าผู้ข้อง คือมาข้องด้วยเครื่องข้อง คือราคะ และด้วยเครื่องข้อง คือทิฏฐิ มานะ โทสะ และอวิชชา ในวัตถุกาม ด้วยความติดในกามนั้นนั่นแล.
บทว่า สํโยชเน วชฺชมปสฺสมานา ความว่า ไม่เห็นโทษ คือโทสะ ได้แก่อาทีนพ อันชื่อว่ามีวัฏฏทุกข์เป็นมูลเป็นต้น เพราะมีปกติเห็นตามความยินดี ในธรรมอันเป็นเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในกิเลส มีกามราคะเป็นต้น อันได้นามว่าสังโยชน์ เพราะประกอบ คือล่ามกัมมวัฏ ด้วยวิปากวัฏ หรือภพเป็นต้น ด้วยภพอื่นเป็นต้น หรือสัตว์ทั้งหลายด้วยทุกข์.
บทว่า น หิ ชาตุ สํโยชนสงฺคสตฺตา โอฆํ ตเรยฺยุํ วิปุลํ มหนฺตํ ความว่า สัตว์ทั้งหลายผู้ข้องอยู่ในธรรมเป็นเครื่องข้องอันมีสังโยชน์เป็นสภาวะ เพราะไม่มีการเห็นโทษอย่างนี้ หรือข้องอยู่ในธรรมอันเป็นไปในภูมิ ๓ อันเป็นอารมณ์แห่งธรรมเป็นเครื่องข้องเหล่านั้น ด้วยธรรมเป็นเครื่องข้องกล่าวคือสังโยชน์ ในกาลไหนๆ ก็ข้ามไม่ได้ ซึ่งโอฆะมีกามเป็นต้น อันชื่อว่ากว้างขวาง แน่นหนา และใหญ่ หรือโอฆะคือสงสารนั่นเอง เพราะมีอารมณ์กว้างขวาง และหากาลเบื้องต้นมิได้. อธิบายว่า ไม่พึงถึงฝั่งแห่งโอฆะนั้น โดยส่วนเดียวนั่นเอง. จบอรรถกถาปฐมกามสูตรที่ ๓
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที