ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงมีพระทัยมั่นคงอยู่ตลอดกาลเป็นนิตย์ มีความไม่เผลอสติเป็นธรรมดา และมีความไม่เลอะเลือนเป็นธรรมดา เมื่อจะทรงประกาศอริยสัจ ๔ ซึ่งเป็นสวนานุตริยะ มีสาระที่น่าสดับให้เป็นเหมือนโปรยฝนอำมฤตแก่เวไนยสัตว์ทั้งหลาย ผู้กำลังสดับอรรถที่น้อมนำเข้าไปด้วยปฏิภาณปฏิสัมภิทา อันพระสัพพัญญุตญาณประคับประคองแล้ว อันเป็นโสตายตนะและรสายตนะ เพราะกรณวิญญูอันพิเศษที่ผ่องใสและบริสุทธิ์ซึ่งไม่ทั่วไปแก่บุคคลอื่น เกิดมาจากบุญสมภารอันสั่งสมไว้แล้วตลอดกาลประมาณไม่ได้ ได้ตรัสพระดำรัสเหมาะแก่อัธยาศัยของเวไนยสัตว์ ด้วยภาษาที่เหมาะแก่สภาวะ ด้วยพระสุรเสียงที่ก้องกังวาลดังเสียงร้องของนกการเวก. ในพระดำรัสนั้นไม่มีความผิดพลาดแม้เพียงปลายขนทราย แล้วโอกาสที่จะตรัสพระดำรัสไม่ดีจักมีมาแต่ไหน?

เพราะเหตุนั้น เพื่อแสดงว่า คำใดที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้แล้ว คำนั้นก็เป็นอันตรัสแล้วทีเดียว ไม่มีพระดำรัสที่ไม่ได้ตรัสไว้หรือตรัสไว้ไม่ดีในกาลไหนๆ ท่านจึงกล่าวว่า ก็คำนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้แล้วดังนี้แล้ว กล่าวไว้อีกว่าพระอรหันต์กล่าวไว้แล้ว เพราะเหตุนั้น ในที่นี้จึงไม่มีโทษแห่งคำที่กล่าวซ้ำอีก

พึงทราบว่า ศัพท์ที่กล่าวซ้ำไว้มีประโยชน์ในที่นี้ดังพรรณนามาฉะนี้. อธิบาย อิติศัพท์

อิติศัพท์นี้ ในบทว่า อิติ เม สุตํ นี้ แตกต่างกันโดยความหมายเป็นอเนกมีอาทิว่า ความหมายว่าเหตุ ความหมายว่าปริสมาปันนะ ความหมายว่าเป็นเบื้องต้น ความหมายว่าปทัตถปริยยะ (ขยายความหมายของบท) ความหมายว่าปการะ (ประการ) ความหมายว่านิทัสสนะ ความหมายว่าอวธารณะ.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๕,๕๒๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. โลภสูตร”