ก็ด้วยคำทั้งหมดนี้ว่า อิติ เม สุตํ ท่านพระอานนท์ เมื่อไม่ตั้งธรรมวินัยที่พระตถาคตเจ้าประกาศแล้วเพื่อตนเอง ชื่อว่าก้าวสู่ภูมิของอสัตบุรุษ เมื่อปฏิญญาความเป็นพระสาวก ชื่อว่าก้าวลงสู่ภูมิของสัตบุรุษด้วยประการนั้น ท่านพระอานนท์ ชื่อว่ายังจิตให้ออกจากอสัทธรรม ชื่อว่ายังจิตให้สถิตอยู่ในสัทธรรม.
อนึ่ง ท่านพระอานนท์ เมื่อแสดงว่า คำนั้นคือพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นแล อันข้าพเจ้าได้ฟังมาแล้วทั้งหมดทีเดียว ชื่อว่าเปลื้องตน อ้างพระศาสดา แนบแน่นคำของพระชินเจ้า ตั้งเป็นแบบธรรมเนียมไว้.
อนึ่ง ด้วยคำว่า อิติ เม สุตํ ท่านพระอานนท์ เมื่อไม่ปฏิญญาว่า ธรรมตนเองให้เกิดขึ้น เปิดเผยคำพูดเริ่มต้น (ปุริมพจน์) ว่า คำนี้อันข้าพเจ้ารับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ผู้แกล้วกล้าด้วยเวสารัชชญาณ ๔ ผู้ทรงไว้ซึ่งทสพลญาณ ผู้ทรงดำรงอยู่ในฐานะแห่งบุคคลผู้องอาจ ผู้ทรงมีปกติบันลือสีหนาทผู้สูงสุดกว่าสรรพสัตว์ ผู้ทรงเป็นพระธรรมิศร ธรรมราชา ธรรมาธิบดี ผู้ทรงเป็นธรรมประทีป ธรรมสรณะ ผู้ทรงหมุนล้อแห่งพระสัทธรรมอันประเสริฐ ผู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านทั้งหลายไม่ควรทำความสงสัยหรือความแคลงใจ ในอรรถหรือธรรมในบทหรือพยัญชนะนี้ ดังนี้ ชื่อว่ายังความเป็นผู้ไม่มีศรัทธาในธรรมวินัยนี้ให้พินาศ ยังสัทธาสัมปทาให้เกิดขึ้น.
ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวคาถาประพันธ์นี้ไว้ว่า
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที