มีความว่าบุญ ในประโยคมีอาทิว่า ๑๐- ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารี บุญแล ย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม.

มีความว่าอาบัติ ในประโยคมีอาทิว่า ๑๑- ติณฺณํ ธมฺมานํ อญฺญตเรน วเทยฺย ปาราชิเกน วา สงฺฆาทิเสน วา ปาจิตฺติเยน วา ภิกษุพึงกล่าวถึงอาบัติ ๓ อย่าง คือปาราชิก หรือสังฆาทิเสส หรือปาจิตตีย์อย่างใดอย่างหนึ่ง.

มีความว่า สุญญตา ในบทมีอาทิว่า ๑๒- ตสฺมึ โข ปน สมเย ธมฺมา โหนฺติ ก็ในสมัยนั้นแล ธรรมทั้งหลายย่อมมี.

มีความว่า เญยยะ (ธรรมที่ควรรู้) ในบทมีอาทิว่า ๑๓- สพฺเพ ธมฺมา สพฺพากาเรน พุทฺธสฺส ภควโต ญาณมุเขน อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ ธรรมทั้งหลายทั้งปวงย่อมมาสู่คลอง โดยญาณมุขของพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นพุทธะโดยอาการทั้งปวง.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๕,๕๗๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. โลภสูตร”