ตอบว่า เพราะว่า ในทางทั้ง ๓ สังขตธรรมไรๆ หรืออสังขตธรรม (นิพพาน) พ้นจากทางไปแล้ว ที่จะไม่เห็น ไม่พิจารณา ไม่ไตร่ตรอง ไม่เข้าใจ ไม่แจ้งชัด มิได้มีแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย ด้วยเหตุนั้น คำถามเพื่อความสว่างในสิ่งที่ไม่เห็น จึงไม่มีแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเหล่านั้น การเทียบเคียงกับสมณะหรือพราหมณ์ เทวดา มาร พรหมอื่น แห่งสังขตธรรมและอสังขตธรรม ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเหล่านั้นแทงตลอดแล้วด้วยพระญาณของตนๆ มิได้มี ด้วยเหตุนั้น แม้คำถามเพื่อเทียบเคียงในสิ่งที่เห็นแล้ว จึงมิได้มีแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเหล่านั้น ก็เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นพุทธะทั้งหลาย ไม่มีความเคลือบแคลง ข้ามพ้นวิจิกิจฉา ปราศจากความสงสัยในธรรมทั้งปวง ฉะนั้น แม้คำถามเพื่อขจัดความสงสัย จึงมิได้มีแก่พระพุทธเจ้าเหล่านั้น.

ส่วนคำถามอีก ๒ ข้อนั้นมีอยู่ ในคำถาม ๒ ข้อนั้น พึงทราบว่า คำถามนี้ หมายถึง กเถตุกัมยตาปุจฉา.

บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงแสดงความที่พระองค์ตรัสถามด้วยคำถามนั้นโดยสรุป จึงตรัสพระดำรัสมีอาทิว่า โลภํ ภิกฺขเว เอกธมฺมํ ดังนี้

ในบทว่า โลภํ นั้นจึงทรงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๕,๕๙๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. โลภสูตร”