อนึ่ง การบรรลุปหานนั้นย่อมเป็นไปกับด้วยการบรรลุปริญญา สัจฉิกิริยาและภาวนาด้วย ไม่แยกกันเลย เป็นอันว่าท่านจัดกิจแห่งสัมมาทิฏฐิ ๔ อย่างลงในอริยสัจ ๔ นั่นเอง.

อนึ่ง เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า พวกเธอละโลภะ ดังนี้ เป็นอันตรัสถึงการละแม้โทสะเป็นต้นด้วย เพราะมีความเป็นอันเดียวกับปหาน โดยเนื้อความฉันใด เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงการบรรลุปหานอันเป็นกิจแห่งสัมมาทิฏฐิ อันเป็นลักษณะแห่งสมุทยสัจ ก็ฉันนั้น เป็นอันพระองค์ตรัสถึงลักษณะและกิจของสมุทยสัจ แม้แห่งองค์มรรคที่เหลือมีสัมมาสังกัปปะเป็นต้น อันเป็นเหตุทำร่วมกันแห่งสัมมาทิฏฐิ นั้นนั่นเอง เพราะเหตุนั้น พึงเห็นว่า ในที่นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงความขวนขวายในอริยมรรคที่ครบถ้วนแล้ว ความที่ท่านกล่าวถึงความขวนขวายโพธิปักขิยธรรมมีสติปัฏฐานเป็นต้นไว้ในที่นี้ย่อมมีโดยนัยนี้. พึงให้พิสดารตามสมควร.

อีกอย่างหนึ่ง ในสูตรนี้ ท่านกล่าวถึงปหานปริญญา (การกำหนดรู้ด้วยการละ) ด้วยบทว่า ปชหถ นี้. เป็นอันท่านตรัสรู้ปริญญา แม้ทั้ง ๓ โดยความเป็นอธิษฐาน คือปหานปริญญานั้นมีตีรณปริญญาเป็นอธิษฐาน และตีรณปริญญามีญาตปริญญาเป็นอธิษฐาน ในที่นี้พึงเห็นอย่างนี้ว่า ท่านประกาศกระทำจตุสัจจกรรมฐานให้บริบูรณ์พร้อมด้วยผล.

อีกอย่างหนึ่ง ท่านแสดงญาณทัสสนวิสุทธิ (ความหมดจดแห่งญาณทัสสนะ) พร้อมด้วยผล ก็ญาณทัสสนวิสุทธินั้น มีปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ (ความหมดจดแห่งญาณเป็นเครื่องเห็นทางปฏิบัติ) เป็นที่อาศัย ฯลฯ จิตตวิสุทธิ (ความหมดจดแห่งจิต) มีสีลวิสุทธิ (ความหมดจดแห่งศีล) เป็นที่อาศัย เพราะเหตุนั้น พึงทราบว่า ท่านแสดงวิสุทธิ ๗ แม้ทั้งหมดพร้อมด้วยผล โดยความที่มีลำดับต่างๆ กัน. อันผู้ประสงค์จะละความโลภ ด้วยการบำเพ็ญปริญญา ๓ เพื่อความบริสุทธิ์นี้ พึงพิจารณาถึงโทษของความโลภ แล้วปฏิบัติเพื่อละความโลภนั้น โดยนัยต่างๆ ตามแบบบทพระสูตร

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๕,๕๙๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. โลภสูตร”