อธิบายว่า สัตว์ทั้งหลายโลภด้วยความโลภใด อันมีลักษณะเกาะอารมณ์ มีกิจรสเกี่ยวข้องแต่ความโลภนั้น คืออยากได้ผูกมัดในอายตนะภายในและภายนอก.

บทว่า เส เป็นเพียงนิบาต. ก็นักคิดอักษรทั้งหลายต้องการลง เส อักษรในฐานะเช่นนี้ สัตว์ไม่ประพฤติสุจริตไรๆ ในกายสุจริตเป็นต้น เพราะเป็นผู้โลภอย่างเดียวเท่านั้น สะสมกายทุจริตเป็นต้น ได้ชื่อว่าสัตว์ เพราะเป็นผู้ต้องอยู่ในรูปเป็นต้น ย่อมเข้าถึงนรก กำเนิดเดียรัจฉาน เปรตวิสัยอันได้ ชื่อว่าทุคติ เพราะเป็นที่ให้เกิดทุกข์ด้วยการถือปฏิสนธิ.

บทคาถาว่า ตํ โลภํ สมฺมทญฺญาย ปชหนฺติ วิปสฺสิโน ความว่า ชนผู้เห็นแจ้งทั้งหลาย รู้ชัดด้วยดีซึ่งความโลภนั้น ย่อมละเสียได้.

อธิบายว่า ชนชื่อว่าผู้เห็นแจ้ง เพราะเห็นอุปทานขันธ์ ๕ มีรูปเป็นต้นโดยอาการหลายอย่าง มีความไม่เที่ยงเป็นต้น รู้ความโลภตามที่กล่าวแล้วนั้นโดยชอบ โดยชอบเหตุโดยญาณอันไม่วิปริต โดยอาการเหล่านี้ คือโดยความเป็นจริง โดยความเกิด โดยความดับ โดยความชื่นชม โดยความเป็นโทษ โดยความออกไป คือรู้ด้วยปัญญา อันได้แก่ญาตปริญญา (กำหนดรู้ด้วยการรู้) ตีรณปริญญา (กำหนดรู้ด้วยการพิจารณา) ย่อมละกิเลสที่เหลือด้วยมรรคปัญญาอันเป็นส่วนเบื้องต้นของวิปัสสนาปัญญา ด้วยสมุจเฉทปหาน คือไม่ให้เกิดขึ้นในสันดานของตนอีกต่อไป.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๕,๖๐๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. โลภสูตร”