ท่านกล่าวถึงกองขันธ์ทั้งหลาย เครื่องติดต่ออายตนะทั้งหลาย ความสูญของธาตุทั้งหลาย ความเป็นใหญ่ของอินทรีย์ทั้งหลาย ความเป็นจริงของสัจจะทั้งหลาย ด้วยการบีบคั้นของทุกข์เป็นต้น ชื่อว่าอวิชชา เพราะอรรถว่าไม่รู้เนื้อความ ๔ อย่างนั้น. หรือว่า ชื่อว่าอวิชชา เพราะอรรถว่ายังเหล่าสัตว์ให้แล่นไปในสงสารอันไม่มีที่สุด. หรือว่าโดยปรมัตถ์ ชื่อว่าอวิชชา เพราะอรรถว่าย่อมแล่นไป คือย่อมเป็นไปในอวิชชมานบัญญัติทั้งหลายมีสตรีและบุรุษเป็นต้น ย่อมไม่แล่นไป คือย่อมไม่เป็นไปในวิชชมานบัญญัติทั้งหลายมีขันธ์เป็นต้น อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าอวิชชา เพราะปกปิดวัตถุและอารมณ์มีจักขุวิญญาณเป็นต้น และธรรมคือปฏิจจสมุปบาท นิวรณ์คืออวิชชา ชื่อว่าอวิชชานิวรณ์

บทว่า อวิชฺชานีวรเณน หิ ภิกฺขเว นิวุตา ปชา ทีฆรตฺตํ สนฺธาวนฺติ สํสรนฺติ นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเพื่อทำความในก่อนให้หนักแน่นนั่นเอง หรือบทก่อนว่า ยถยิทํ ภิกฺขเว อวิชฺชานีวรณํ แปลว่า เหมือนนิวรณ์คืออวิชชา นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเพื่อให้แสดงข้ออุปมาอย่างนี้ บทนี้ตรัสเพื่อแสดงอานุภาพของนิวรณ์.

ถามว่า ก็เพราะเหตุไร ในสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสอวิชชาเท่านั้น ไม่ตรัสถึงธรรมเหล่าอื่นด้วย.

ตอบว่า เพราะอวิชชาเป็นวิเสสปัจจัยแห่งกามฉันทะเป็นต้น ด้วยการปกปิดโทษ. จริงดังนั้น กามฉันทะเป็นต้น ย่อมเป็นไปในอาการของโทษที่ถูกอวิชชานั้นปกปิดไว้.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๕,๖๖๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. โมหสูตร”