ตอบว่า ข้อนั้นจริง แต่เป็นปัจจัยพิเศษไม่เหมือนตัณหา เพราะตัณหาเว้นจากกุศล อกุศล ส่วนปัจจัยพิเศษเว้นจากกามาวจรกุศลเป็นต้น เพื่อให้เกิดในภพด้วยรูปาวจรกุศลเป็นต้น เพราะฉะนั้น จึงตรัสว่า สมุทยสจฺจํ ดังนี้.

บทว่า อิตฺถภาวญฺญถาภาวํ ได้แก่ ความเป็นอย่างนี้และความเป็นอย่างอื่น ชื่อว่า อิตฺถภาวญฺญถาภาโว สงสารชื่อว่าอิตฺถภาวญฺญถาภาโว เพราะอรรถว่า สงสารมีความเป็นอย่างนี้และความเป็นอย่างอื่น ในบทนั้น ความเป็นอย่างนี้คือความเป็นมนุษย์ ความเป็นอย่างอื่นคือที่อยู่ของสัตว์นอกจากความเป็นมนุษย์นั้น หรือว่าความเป็นอย่างนี้ได้แก่อัตภาพปัจจุบันของเหล่าสัตว์นั้นๆ ความเป็นอย่างอื่นได้แก่อัตภาพอนาคต หรือว่าอัตภาพอื่นมีรูปอย่างนี้ชื่อว่าอิตถภาวะ ไม่มีรูปอย่างนี้ชื่อว่าอัญญถาภาวะ. บุรุษผู้มีตัณหาเป็นเพื่อน ย่อมไม่ก้าวล่วงสงสารอันมีความเป็นอย่างนี้และความเป็นอย่างอื่นนั้น คือลำดับขันธ์ ธาตุ อายตนะไปได้.

บทว่า เอตมาทีนวํ ญตฺวา ตณฺหํ ทุกฺขสฺส สมฺภวํ แปลว่า ภิกษุรู้ตัณหาอันเป็นแดนเกิดแห่งทุกข์นี้ โดยความเป็นโทษ ความว่า ภิกษุรู้ตัณหาอันเป็นแดนเกิด คือเป็นเหตุเกิดแห่งวัฏฏทุกข์ทั้งสิ้นนี้. อธิบายว่า รู้โดยความเป็นโทษ.

อีกอย่างหนึ่ง บทว่า เอตมาทีนวํ ญตฺวา ได้แก่ รู้โทษ คือความชั่วร้ายอันจะไม่ทำให้ก้าวล่วงสงสารตามที่กล่าวแล้วนั้นไปได้

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๕,๖๗๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. กามสูตร”