ชื่อว่าน่าปรารถนา เพราะควรเสาะหา และเพราะห้ามสิ่งไม่น่าปรารถนา. ชื่อว่าน่าใคร่ เพราะเป็นสิ่งควรให้ใคร่และเพราะก้าวเข้าไปถึงใจ. ชื่อว่าน่ารัก เพราะเป็นสิ่งควรน่ารัก และเพราะให้เกิดความเอิ่บอิ่ม. ชื่อว่าน่าพอใจ เพราะให้เกิดความนับถือ และเพราะความเจริญแห่งใจ.

บทว่า ยทิทํ ปุญฺญานิ ความว่า คำว่า บุญนี้ เป็นชื่อของความสุข คือวิบากอันน่าปรารถนา ความสุขนั่นแหละ คือบุญ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวถึงอุปจารอันไม่ต่างกันแห่งเหตุด้วยผล ผู้ไม่ประมาทสดับผลอันแจ่มแจ้งชัดเจนของบุญที่เขาสั่งสมมาแล้ว ควรทำบุญโดยเคารพ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงชักชวนในการทำบุญ และให้เกิดความเอาใจใส่ในการทำบุญนั้นของเขาเหล่านั้น.

บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยกมาอ้างถึงวิบากของบุญอันกว้างขวางอย่างยิ่ง ปกปิดระหว่างภพ เสวยบุญกรรมที่พระองค์ได้ทำแล้วในสมัยเป็นสุเนตตะตลอดกาลนาน เมื่อจะทรงกระทำความนั้นให้ปรากฏ จึงตรัสคำเป็นอาทิว่า อภิชานามิ โข ปนาหํ ดังนี้.

ในบทเหล่านั้น บทว่า อภิชานามิ ได้แก่ เรารู้ด้วยญาณอันวิเศษยิ่ง คือเรารู้โดยชัดเจน.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๕,๗๓๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. ปุญญสูตร”