อนึ่ง โดยความต่างกัน ๓ รัตนะข้างต้นของพระเจ้าจักรพรรดิสำเร็จด้วยอานุภาพของกรรมอันเกิดจากกุศลมูล คืออโทสะ. ๓ รัตนะตอนกลางสำเร็จด้วยอานุภาพของกรรมอันเกิดจากกุศลมูล คืออโลภะ. รัตนะ ๑ สุดท้ายพึงทราบว่า สำเร็จด้วยอานุภาพกรรมอันเกิดจากกุศลมูล คืออโมหะ.

บทว่า ปเทสรชฺชสฺส ได้แก่ แคว้นน้อยๆ.

บทว่า เอตทโหสิ ความว่า พระเจ้าจักรพรรดิเมื่อทรงพิจารณาถึงสมบัติของพระองค์ได้มีพระดำริมีอาทิว่า นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไรของเราหนอ ในกาลเป็นจักรพรรดิครั้งสุดท้าย. ความดำริได้สำเร็จทุกประการในภพนั้นๆ นี้เป็นการประกอบด้วยสามารถจักกวัตติกาลในภพนั้น.

บทว่า เอวํมหิทฺธิโก ความว่า พระเจ้าจักรพรรดิมีฤทธิ์มากอย่างนี้ เพราะถึงพร้อมด้วยการทรงไว้ซึ่งท้องพระคลังอันมีแก้วมณีและช้างแก้วเป็นต้นเป็นประมุข และเพราะถึงความเป็นผู้มั่นคงในชนบท.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๕,๗๔๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. ปุญญสูตร”