นางจิญจมานวิกาก็เข้าไปหาพระผู้มีพระภาคเจ้าซึ่งกำลังทรงแสดงธรรมในท่ามกลางบริษัท ได้กล่าวตู่ด้วยคำไม่จริง. ท้าวสักกะได้ประกาศความไม่จริงของนางในท่ามกลางบริษัท. มหาชนพากันแช่งด่าว่า อีหญิงกาลกิณี แล้วฉุดกระชากออกจากวิหาร แผ่นดินได้แยกออกเป็นช่อง นางจิญจมาณวิกาเป็นดุจฟืนติดเปลวไฟนรกไปบังเกิดในอเวจีมหานรก. พวกเดียรถีย์ยิ่งเสื่อมจากลาภสักการะมากขึ้น.

ภิกษุทั้งหลายประชุมสนทนากันในโรงธรรมว่า อาวุโสทั้งหลาย นางจิญจมาณวิกาด่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นทักษิไณยบุคคลผู้เลิศ ทรงคุณยิ่งด้วยคำไม่จริง ได้ถึงความพินาศยิ่งใหญ่ ดังนี้.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอาศัยเหตุนั้น จึงตรัสมหาปทุมชาดกว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นางจิญจมาณวิกาได้ด่าเราด้วยคำไม่จริง แล้วถึงความพินาศยิ่งใหญ่ มิใช่ในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อนก็เหมือนกัน. เมื่อจะทรงแสดงธรรมให้ยิ่งขึ้นไป จึงตรัสพระสูตรนี้ด้วยบทว่า เอกธมฺมมตีตสฺส ดังนี้. เพื่อให้เรื่องนี้เกิดขึ้น.

ในบทเหล่านั้น บทว่า เอกธมฺมํ ได้แก่ ธรรม คือวจีสัจอย่างหนึ่ง.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๕,๗๘๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. สัมปชานมุสาวาทสูตร”