บทว่า อตีตสฺส ความว่า เมื่อบุคคลล่วงเลยมารยาทอันพระอริยะทั้งหลายเว้นโวหารอันมิใช่อริยะ ๘ ประการแล้ว เพื่อดำรงมั่นอยู่ในโวหารอันเป็นอริยะ ๘ ประการ จึงยึดมั่นอยู่ด้วยบทว่า สจฺจํ ภเณ น อลิกํ ควรพูดความจริง ไม่ควรพูดเหลาะแหละดังนี้ เป็นต้น บุคคลคือบุรุษ ชื่อว่าบุรุษ บุคคลอันบุรุษบุคคลนั้น.
บทว่า อกรณียํ ได้แก่ ไม่อาจเพื่อจะทำ.
จริงอยู่ บุคคลพูดเท็จทั้งๆ รู้ กระทำบาปกรรมไรๆ ไว้ เมื่อเขาพูดว่า ท่านทำกรรมนี้ ยังจักยืนยันด้วยคำเท็จว่า เราไม่ได้ทำดังนี้. ก็เมื่อปฏิบัติอยู่อย่างนี้ ยังทำบาปกรรมเรื่อยๆ ไป ย่อมไม่ละอายในบาปกรรมนั้น เพราะล่วงเลยคำสัจอันเป็นมารยาทที่ดี. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า กตมํ เอกธมฺมํ ยทิทํ ภิกฺขเว สมฺปชานมุสาวาโท ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมอย่างหนึ่งเป็นไฉน คือสัมปชานมุสาวาท ดังนี้
พึงทราบอธิบายความในคาถาดังต่อไปนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที