ในบททั้งหลายมี จกฺขุํ เป็นต้น พึงทราบเนื้อความต่อไปนี้

ชื่อว่าจักษุ เพราะอรรถว่าเห็น อธิบายว่า พอใจรูปหรือดุจบอกถึงความสมและไม่สม. ชื่อว่าโสต เพราะอรรถว่าย่อมฟัง. ชื่อฆานะ เพราะอรรถว่าดมกลิ่น. ความเป็นอยู่มีชีวิตเป็นนิมิต มีอาหารเป็นรส ชื่อว่าชิวหา เพราะอรรถว่าเรียกหาความเป็นอยู่นั้น. ชื่อว่ากาย เพราะอรรถว่าเจริญด้วยความน่าเกลียด. ชื่อว่ามนะ เพราะอรรถว่ารู้ คือรู้แจ้ง โบราณาจารย์กล่าวว่า ชื่อว่ามนะ เพราะอรรถว่าย่อมรู้. อธิบายว่า ย่อมรู้อารมณ์ดุจตวงด้วยทะนาน และดุจชั่งด้วยน้ำหนัก.

พึงทราบเนื้อความแห่งบทในสูตรนี้เพียงนี้ก่อน.

ก็โดยความเป็นจริง จักษุมีสองอย่าง คือมังสจักษุ (ตาเนื้อ) ๑ ปัญญาจักษุ (ตาปัญญา) ๑. ในจักษุสองอย่างนั้น ปัญญาจักษุมี ๕ อย่างคือ พุทธจักษุ ๑ สมันตจักษุ ๑ ญาณจักษุ ๑ ทิพยจักษุ ๑ ธรรมจักษุ ๑.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๕,๘๓๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. ภิกขุสูตร ที่ ๑”