อัปปฏิหตญาณของพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นพุทธะในส่วนอดีต อนาคต ปัจจุบัน ก็ญาณเหล่านั้นชื่อว่าจริงแท้ไม่เป็นอย่างอื่น เพราะไม่ผิดไปจากสภาวลักษณะพร้อมด้วยรสแห่งธรรมทั้งหลายในญาณนั้นๆ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบรรลุญาณเหล่านั้นด้วยสยัมภูญาณ จึงชื่อว่าตถาคต เพราะทรงรู้ความจริงแท้ด้วยประการฉะนี้. ____________________________ ๙- ขุ. ปฏิ. เล่ม ๓๑/ข้อ ๖๖๙
อนึ่ง ปฏิสัมภิทามี ๔ อย่างคือ อัตถปฏิสัมภิทา (ปัญญาแตกฉานในอรรถ) ๑ ธัมมปฏิสัมภิทา (ปัญญาแตกฉานในธรรม) ๑ นิรุตติปฏิสัมภิทา (ปัญญาแตกฉานในนิรุกติ) ๑ ปฏิภาณปฏิสัมภิทา (ปัญญาแตกฉานในปฏิภาณ) ๑.
ในปฏิสัมภิทา ๔ นั้น ญาณอันเป็นประเภทในอรรถเพื่อสามารถทำให้แจ้งและกำหนดพร้อมด้วยลักษณะของประเภทแห่งอรรถ ชื่อว่าอัตถปฏิสัมภิทา. ญาณอันเป็นในธรรมเพื่อสามารถทำให้แจ้งและกำหนดพร้อมด้วยลักษณะแห่งประเภทของธรรม ชื่อว่าธัมมปฏิสัมภิทา. ญาณอันเป็นไปในการเข้าในภาษา (เข้าใจพูด) เพื่อสามารถทำให้แจ้งและกำหนดพร้อมด้วยลักษณะ ชื่อว่านิรุตติปฏิสัมภิทา. ญาณอันเป็นไปในปฏิภาณ (ความเฉียบแหลม) เพื่อสามารถทำให้แจ้งและกำหนดพร้อมด้วยลักษณะแห่งประเภทของปฏิภาณ ชื่อว่าปฏิภาณปฏิสัมภิทา.
สมดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ความรู้ในอรรถ ชื่อว่าอัตถปฏิสัมภิทา. ความรู้ในธรรม ชื่อว่าธัมมปฏิสัมภิทา. ความรู้ในอรรถ ในธรรม ในการเข้าใจภาษา ชื่อว่านิรุตติปฏิสัมภิทา. ความรู้ในญาณทั้งหลาย ชื่อว่าปฏิภาณปฏิสัมภิทา. ๑๐-
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที