อนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรู้ ทรงเห็น ทรงบรรลุ ตรัสรู้ยิ่งถึงข้อควรแนะนำทั้งปวงนั้นโดยอาการทั้งหมด จริงดังนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสรู้อภิไญยธรรม เพราะเป็นธรรมที่ควรรู้ยิ่ง ตรัสรู้ปริไญยธรรมเพราะเป็นธรรมที่ควรกำหนดรู้ ตรัสรู้ปหาตัพพธรรมเพราะเป็นธรรมที่ควรละ ตรัสรู้สัจฉิกาตัพพธรรมเพราะเป็นธรรมที่ควรทำให้แจ้ง ตรัสรู้ภาเวตัพพธรรมเพราะเป็นธรรมที่ควรทำให้เจริญ โดยที่สมณะหรือพราหมณ์ หรือเทวดามารพรหมไรๆ ไม่สามารถจะท้วงพระองค์ ด้วยความเป็นธรรมได้ว่า ธรรมเหล่านี้พระผู้มีพระภาคเจ้ายังไม่ได้ตรัสรู้ ดังนี้.

ชื่อปหาตัพพธรรม ได้แก่อนุปปัตติธรรมทั้งปวงซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงละได้แล้ว ณ โคนต้นโพธิ์ โดยไม่มีเหลือ ไม่มีกิจที่จะต้องทำยิ่งกว่า เพื่อละปหาตัพพธรรมนั้นอีก.

จริงดังนั้น กิเลสพันครึ่ง อันต่างด้วยโลภะ โทสะ โมหะ การใส่ใจวิปริต ความไม่ละอายใจ ความไม่กลัวบาป ความง่วงเหงาหาวนอน ความโกรธ ความผูกโกรธ ความลบหลู่ การตีเสมอ ความริษยา ความตระหนี่ เจ้าเล่ห์ โอ้อวด หัวดื้อ แข่งดี ถือตัว ดูหมิ่นท่าน มัวเมา เลินเล่อ อกุศลมูล ๓ ทุจริต ความจำผิดๆ มลทิน วิตก ความหลอกลวง การแสวงหา ตัณหา การแสวงหาผิด ๔ อย่าง อาสวะ เครื่องร้อยรัด โอฆะ โยคะ (กิเลสเครื่องผูก) อคติ การยึดถือเพราะตัณหา นิวรณ์ ๕ ความเสื่อมเสียทางใจ การผูกพันทางใจ เหตุแห่งวิวาท ๖ อนุสัย (กิเลสนอนเนืองอยู่ในสันดาน) ๗ มิจฉัตตะ ๘ อาฆาตวัตถุ (วัตถุทำให้อาฆาต) ๙ รากเง้าตัณหา อกุศลกรรมบถ ๑๐ การแสวงหาไม่สมควร ๒๑ ทิฏฐิ ๖๒ ตัณหาวิปริต ๑๐๘ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงละ ทรงตัดขาด ทรงถอนได้พร้อมด้วยวาสนา โดยที่สมณะ ฯลฯ หรือพรหมไรๆ ไม่สามารถท้วงพระองค์ ด้วยความเป็นธรรมได้ว่า กิเลสเหล่านี้พระผู้มีพระภาคเจ้ายังทรงละไม่ได้ ดังนี้.

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงอันตรายิกธรรม อันต่างด้วยกรรมวิบากกิเลส การกล่าวโทษ การล่วงละเมิดอาชญา ว่าควรเพื่ออันตรายโดยส่วนเดียว โดยที่สมณะ ฯลฯ หรือพรหมไรๆ ไม่สามารถท้วงพระองค์ได้ว่า อันตรายิกธรรมเหล่านั้นไม่ควรเพื่ออันตรายโดยการเสพ.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๕,๙๕๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. วิตักกสูตร”