โดยจำแนกความเป็นไปในภาคต้นและภาคหลังอย่างนี้ว่า สัมมาทิฏฐิในภาคต้นมีขณะต่างๆ กัน มีอารมณ์ มีทุกข์เป็นต้นต่างหาก ในกาลแห่งมรรค มีขณะอันเดียวกัน กระทำพระนิพพานให้เป็นอารมณ์. โดยกิจย่อมได้ชื่อ ๔ อย่างมีอาทิว่า รู้ในทุกข์ดังนี้. แม้สัมมาสังกัปปะเป็นต้นในภาคต้นก็มี ขณะต่างๆ กัน มีอารมณ์ต่างๆ กัน ในกาลแห่งมรรคมีขณะอันเดียวกัน มีอารมณ์อันเดียวกัน ในอริยมรรคเหล่านั้น สัมมาสังกัปปะโดยกิจย่อมได้ชื่อ ๓ อย่างมีอาทิว่า ความดำริในการออกจากกามดังนี้. อริยมรรค ๓ มีสัมมาวาจาเป็นต้นมีจำแนกเป็นอาทิว่า เจตนาเป็นเครื่องเว้นจากพูดเท็จดังนี้ เป็นวิรัติบ้าง เป็นเจตนาบ้าง ในขณะแห่งมรรคเป็นวิรัติ. สัมมาวายามะและสัมมาสติโดยกิจย่อมได้ชื่อ ๔ อย่าง ด้วยอำนาจสัมมัปปธานและสติปัฏฐาน แต่สัมมาสมาธิ แม้ในขณะแห่งมรรคก็ต่างๆ ด้วยปฐมฌานเป็นต้น

พระผู้มีพระภาคเจ้าชื่อว่าตถาคต เพราะตรัสรู้ความจริงแท้ แม้ด้วยประการฉะนี้.

ถามว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าชื่อว่าตถาคต เพราะเสด็จไปแล้วเหมือนอย่างนั้นเป็นอย่างไร

ตอบว่า การเกิด การตรัสรู้ การประกาศธรรมวินัย อนุปาทิเสสนิพพานธาตุของพระผู้มีพระภาคเจ้า เหมือนอย่างนั้น.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๕,๙๖๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. วิตักกสูตร”