ส่วนภายนอกแห่งฝาทั้งหลายเรียกกันว่า ติโรกุฑฑะ. คำว่า ติฏฺฐนฺติ เป็นคำกล่าวถึงอิริยาบถยืน เพราะห้ามอิริยาบถนั่งเป็นต้น. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสถึงพวกเปรตที่ยืนอยู่ที่ส่วนอื่นของฝาเรือนไว้ แม้ในที่นี้ว่า ติโรกุฑฺเฑสุ ติฏฺฐนฺติ ยืนกันอยู่ที่นอกฝาเรือน เหมือนที่ท่านกล่าวถึงท่านผู้แสดงฤทธิ์ต่างๆ ซึ่งไป ณ ส่วนอื่นแห่งกำแพง และส่วนอื่นแห่งภูเขาว่า ไปนอกกำแพงนอกภูเขาไม่ติดขัด ฉะนั้น.

ในคำว่า สนฺธิสึฆาฏเกสุ จ นั้น ทาง ๔ แพร่ง หรือแม้ที่ต่อเรือนที่ต่อฝาและกรอบหน้าต่าง ท่านเรียกว่าสนธิ ทาง ๓ แพร่ง ท่านเรียกว่า สิงฆาฏกะ. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำคำนั้นไว้แห่งเดียวกัน เชื่อมกับคำต้น จึงตรัสว่า สนฺธิสึฆาฏเกสุ จ.

บทว่า ทฺวารพาหาสุ ติฏฺฐนฺติ ได้แก่ ยืนพิงบานประตูพระนครและประตูเรือน.

เรือนญาติแต่ก่อนก็ดี เรือนของตนที่เคยครอบครองเป็นเจ้าของก็ดี ชื่อว่า เรือนของตน ในคำว่า อาคนฺตฺวาน สกํ ฆรํ นี้. เพราะเหตุที่เปรตพวกนั้นพากันมาโดยสกสัญญา เข้าใจว่าเป็นเรือนของตน ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสถึงเรือนทั้งสองนั้นว่า อาคนฺตฺวาน สกํ ฆรํ มายังเรือนของตน. พรรณนาคาถาที่ ๒

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๕๙๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. ติโรกุฑฑกัณฑ์”