แม้ชนเหล่าใดกล่าวว่า พระญาณของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เว้นการกำหนดอันเป็นวิสัยแห่งลักษณะไญยธรรมทั้งปวงดำรงอยู่ ย่อมเป็นไปตลอดกาล ด้วยเหตุนั้น พระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้นจึงชื่อว่า สพฺพวิทู

ก็ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว แม้คำว่า จรํ สมาหิโต นาโค ติฏฺฐนฺโตปิ สมาหิโต ผู้ประเสริฐ เมื่อเดินไปก็มั่นคง แม้เมื่อยืนอยู่ก็มั่นคง ดังนี้ เป็นคำที่กล่าวถูกแล้ว แม้โทษที่กล่าวดังนั้นก็ไม่มีแก่ชนเหล่านั้น พระญาณของพระผู้มีพระภาคเจ้าพึงเป็นวิสัยเฉพาะเท่านั้น เพราะลักษณะแห่งไญยธรรมที่ดำรงอยู่เป็นอารมณ์ และเพราะไม่มีสมมติธรรมที่เป็นอดีตและอนาคต เพราะฉะนั้น ที่กล่าวว่าพระญาณย่อมเป็นไปคราวเดียวเท่านั้นดังนี้ จึงไม่ถูก

แม้ถึงจะกล่าวว่า พระญาณย่อมเป็นไปในวิสัยทั้งปวง ตามลำดับอย่างนี้ก็ไม่ถูก เพราะว่า เมื่อกำหนดเอาไญยธรรมที่แตกต่างกันไม่น้อย โดยสภาพชาติและภูมิเป็นต้น และโดยทิศ ถิ่นและกาลเป็นต้นตามลำดับ การตรัสรู้ไญยธรรมนั้นโดยไม่เหลือ ย่อมเกิดไม่ได้ เพราะไญยธรรมไม่มีสิ้นสุด.

ก็ชนเหล่าใดกล่าวว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นพระสัพพัญญูโดยกำหนดมุ่งหมายว่า กระทำไญยธรรมให้ประจักษ์เป็นเอกเทศ เพราะไม่พลาดประโยชน์ แม้ที่เหลือก็เป็นอย่างนั้น ดังนี้ ก็พระญาณนั้นไม่มีการคาดคะเน เพราะหมดข้อสงสัย.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๕,๙๙๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. วิตักกสูตร”