ในความเป็นไปเนืองๆ นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้ามีธรรมนั้นเป็นสมังคี และทรงบรรลุธรรมอันเกษมอยู่ เพราะไม่มีภัยแต่ไหนๆ ด้วยอานุภาพแห่งอัพยาบาทวิตก และอวิหิงสาวิตกอันละความมีพยาบาทวิตกและวิหิงสาวิตกเป็นต้น และแต่นั้น จิตก็มีความเกษมปลอดภัยตลอดกาล เพราะฉะนั้น เขมวิตก แม้ทั้งสองอย่างก็ย่อมกระทำความเกษมแก่ทั้งสองอย่างด้วย
ก็วิเวก ๓ อย่าง คือ กายวิเวก ๑ จิตวิเวก ๑ อุปธิวิเวก ๑ และวิเวก ๕ อย่าง คือ ตทังควิเวก (สงัดชั่วขณะ) ๑ วิกขัมภนวิเวก (สงัดด้วยการข่มไว้) ๑ สมุจเฉทวิเวก (สงัดด้วยการตัดขาด) ๑ ปฏิปัสสัทธิวิเวก (สงัดด้วยการสงบระงับ) ๑ นิสสรณวิเวก (สงัดด้วยการออกไป) ๑ ย่อมถึงความบริบูรณ์ด้วยอานุภาพแห่งเนกขัมมวิตกอันละความเศร้าหมองมีกามวิตกเป็นต้น.
วิตกนั้นชื่อปวิเวกวิตก เพราะวิตกสหรคตด้วยความสงัดจากอารมณ์และจากสัมปโยคะตามสมควร ก็วิตก ๒ อย่างเหล่านี้ แม้มีลักษณะที่แยกออกแล้ว ก็ยังเป็นไปเพื่อความเป็นอุปการะแก่กันและกัน ของผู้เป็นอาทิกรรมิก (ผู้ทำกรรมครั้งแรก)
จริงอยู่ ปวิเวกวิตกย่อมมีเพื่อเขมวิตกอันยังไม่เกิด ที่เกิดแล้วก็เพื่อความไพบูลย์ยิ่งขึ้นฉันใด เขมวิตกก็ฉันนั้น ย่อมมีเพื่อปวิเวกวิตกอันยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น ที่เกิดแล้วก็มี เพื่อความไพบูลย์ยิ่งขึ้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที