บทว่า ยํ อกุสลํ ตํ ปหีนํ ความว่า เราละคือถอนอกุศลหนึ่งพันห้าร้อย และมีประเภทมากมาย สัมปยุตอกุศลนั้นทั้งหมด ณ โคนโพธินั่นเอง.
ด้วยบทนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงสมุจเฉทปหานวิเวก และปฏิปัสสัทธิวิเวก พร้อมกับนิสสรณวิเวกอันเป็นวิเวกที่พระองค์ยกขึ้น แต่ในข้อนี้ อาจารย์บางพวกยกขึ้นแม้ในตทังควิเวกและวิกขัมภนวิเวก อันที่จริงในข้อนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงความสิ้นกิเลสของพระองค์พร้อมด้วยปฏิปทาที่พระองค์ทรงบรรลุ ด้วยประการฉะนี้.
ด้วยเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยังพระอัธยาศัยในปวิเวกที่พระองค์สั่งสมมาตลอดกัปอันนับไม่ได้ให้ถึงที่สุด พร้อมกับพระอัธยาศัยในการออกไป แล้วทรงเข้าผลสมาบัติอันมีการออกไปนั้นเป็นอัธยาศัย ทรงทำให้แจ้งด้วยหัวข้อ คือการละกิเลสและการพิจารณาของพระองค์ ก็ในข้อนี้พระศาสดาทรงยกวิตก ๒ อย่างเหล่านี้ เพื่อเนื้อความอันใด บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงถึงเนื้อความอันนั้น จึงตรัสคำมีอาทิว่า ตสฺมาติห ภิกฺขเว ดังนี้.
จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเริ่มพระธรรมเทศนานี้ อันว่าด้วยวิตก ๒ อย่างนี้ เพื่อให้ภิกษุทั้งหลายตั้งอยู่ในวิตกนั้นด้วยหัวข้อ คือการแสดงถึงความเป็นไปเนืองๆ ของพระองค์.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที