บทว่า วสิมํ ความว่า พระมุนีชื่อว่า วสิมา เพราะมีความเป็นผู้ชำนาญ มีอาวัชชนะเป็นต้นอย่างยิ่ง อันเนื่องด้วยความหวังในฌานเป็นต้นและความเป็นผู้ชำนาญทางจิตอันไม่ทั่วไปแก่ผู้อื่น ได้แก่ฤทธิ์อันเป็นอริยะ. พระมุนีนั้นผู้มีความชำนาญ. อธิบายว่า ผู้มีอำนาจ. พระมุนีชื่อว่าอนาสวะ เพราะไม่มีอาสวะมีกามาสวะเป็นต้นทั้งหมด พระมุนีชื่อว่าวิสันตระ เพราะละความไม่เป็นระเบียบมีความไม่เป็นระเบียบทางกายเป็นต้น หรือเพราะข้ามมลทิน คือกิเลสทั้งปวง กล่าวคือยาพิษ หรือข้ามภัยอันเป็นทุกข์ในวัฏฏะทั้งสิ้นอันเป็นยาพิษแล้วข้ามไป พระมุนีนั้นผู้ข้ามวัฏฏทุกข์อันเป็นยาพิษ พระมุนีผู้น้อมไปแล้วในอรหัตผล และนิพพานอันเป็นที่สิ้นตัณหา. ชื่อว่ามุนี เพราะประกอบด้วยความดีเยี่ยมด้วยญาณ คือความเป็นผู้นิ่งหรือด้วยความเป็นผู้นิ่งทางกายเป็นต้น เพราะไปในอรหัตผลและนิพพาน.
ก็บทว่า มุนี ความว่า มุนีมีหลายอย่าง คือ อาคาริยมุนี ๑ อนาคาริยมุนี ๑ เสกขมุนี ๑ อเสกขมุนี ๑ ปัจเจกมุนี ๑ มุนิมุนี ๑
ในมุนีเหล่านั้น คฤหัสถ์ผู้บรรลุผล ผู้รู้แจ้งคำสอน ชื่อว่าอาคาริยมุนี. บรรพชิตเช่นเดียวกันนั้น ชื่อว่าอนาคาริยมุนี. พระเสกขะ ๗ จำพวก ชื่อว่าเสกขมุนี. พระขีณาสพชื่อว่าอเสกขมุนี. พระปัจเจกพุทธเจ้าชื่อว่าปัจเจกมุนี. พระสัมมาสัมพุทธเจ้าชื่อว่ามุนิมุนี.
ในที่นี้ประสงค์เอาพระมุนิมุนีนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที