บทว่า วิปฺปสนฺโน ได้แก่ ผ่องใสด้วยดี เพราะเป็นผู้มากด้วยศรัทธาในสิกขาอันเป็นข้อปฏิบัติจากความเบิกบานนั้น และในพระศาสนาผู้ทรงแสดงข้อปฏิบัติ พึงเชื่อมความว่า สพฺพตฺถ อสฺส พึงมีในที่ทั้งปวง หรือเชื่อม สพฺพตฺถ วิหเรยฺย พึงอยู่ในที่ทั้งปวง.

บทว่า ตตฺถ กาลวิปสฺสี จ กุสเลสุ ธมฺเมสุ ได้แก่ เห็นแจ้งในกาลนั้น หรือเห็นแจ้งสมควรแก่กาลในการประกอบกรรมฐานนั้น.

ถามว่า ท่านอธิบายไว้อย่างไร

ตอบว่า ภิกษุเริ่มตั้งวิปัสสนาแล้วพิจารณา ด้วยการพิจารณาเป็นกลุ่มก้อนเป็นต้น เว้นอสัปปายธรรม ๗ มีอาวาสเป็นต้น แล้วเสพสัปปายธรรม ไม่ถึงความสิ้นสุดลงในระหว่าง มีตนส่งไปแล้ว กำหนดอาการที่จิตตั้งมั่น ประพฤติอนิจจานุปัสสนาเป็นต้นในลำดับโดยเคารพ พึงเป็นผู้เห็นแจ้งสมควรแก่กาลในกาลนั้นๆ หรือในการประกอบกรรมฐานนั้นอย่างนี้

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๖,๑๑๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. ชาคริยสูตร”