บทว่า เอตํ สนฺตํ ได้แก่ ความขาดสูญเป็นต้นของตนนี้

ชื่อว่าสงบ เพราะสงบจากอารมณ์ทั้งปวงและเพราะสงบจากความเดือดร้อนทั้งปวง. ชื่อว่าประณีต เพราะความเป็นของละเอียด. ชื่อว่าถ่องแท้ เพราะไม่ผิดจากความจริง.

ในบทเหล่านั้น เทวดาและมนุษย์กล่าวบททั้งสองนี้ว่า สนฺตํ ปณีตํ ด้วยความยินดียิ่งในตัณหา. กล่าวบทว่า ยาถาวํ ด้วยความยินดียิ่งในทิฏฐิ. กล่าวบทว่า เอวํ ด้วยยึดมั่นในความขาดสูญตามที่กล่าวแล้วอย่างนี้.

บทว่า ภูตํ ได้แก่ ขันธบัญจก ด้วยว่าขันธบัญจักนั้นท่านกล่าวว่า ภูตํ เพราะเกิดด้วยปัจจัยและเพราะมีอยู่โดยปรมัตถ์. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ภูตมิทํ ภิกฺขเว สมนุปสฺสถ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงพิจารณาขันธบัญจกนี้. ๓- ภิกษุย่อมเห็นโดยความเป็นจริง โดยไม่วิปริต โดยมีลักษณะและโดยสามัญลักษณะ เพราะขันธบัญจกนี้เป็นเพียงนามรูป. ____________________________ ๓- ม. มู. เล่ม ๑๒/ข้อ ๔๔๕

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๖,๑๓๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๒. ทิฏฐิสูตร”