อนึ่ง บรรดาคำเหล่านั้น ด้วยคำนี้ว่า สุขเวทนาต้องเห็นโดยความเป็นทุกข์. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงถึงอุบาย สำหรับถอนราคะ เพราะว่าราคานุสัยนอนเนื่องอยู่ (ในสันดาน) เพราะสุขเวทนา.
ด้วยคำนี้ว่า ทุกขเวทนาต้องเห็นโดยเป็นเหมือนลูกศร. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงอุบายสำหรับถอนโทสะ เพราะปฏิฆานุสัยนอนเนื่องอยู่ (ในสันดาน) เพราะทุกขเวทนา.
ด้วยคำนี้ว่า อทุกขมสุขเวทนาต้องเห็นโดยความไม่เที่ยง. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงอุบายสำหรับถอนราคะ โทสะ โมหะ เพราะอวิชชานุสัยนอนเนื่องอยู่ (ในสันดาน) เพราะอทุกขมสุขเวทนา.
ทำนองเดียวกันนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงการละสังกิเลสคือตัณหา ด้วยพุทธพจน์ข้อแรก เพราะสังกิเลสคือตัณหานั้น เป็นเหตุให้พอใจในสุข. ทรงแสดงการละสังกิเลสคือทุจริต ด้วยพระพุทธพจน์ข้อที่ ๒ เพราะว่าสัตว์ทั้งหลายไม่รู้จักทุกข์ตามความเป็นจริง จึงประพฤติทุจริต เพื่อแก้ทุกข์นั้น. ทรงแสดงการละสังกิเลสคือทิฏฐิ ด้วยพระพุทธพจน์ข้อที่ ๓ เพราะผู้ที่เห็นอทุกขมสุขโดยความไม่เที่ยงอยู่ จะไม่มีสังกิเลสคือทิฏฐิ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที