พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงสมถกัมมัฏฐานและวิปัสสนากัมมัฏฐานที่เป็นสัปปายะแก่ผู้มีราคจริต และวิตกจริต ด้วยสามารถแห่งการพิจารณากายเนืองๆ ด้วยการทำไว้ในใจว่าปฏิกูล โดยสังเขปเท่านั้นอย่างนี้แล้ว บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงเฉพาะวิปัสสนากัมมัฏฐานล้วนๆ จึงตรัสคำมีอาทิว่า สพฺพสงฺขาเรสุ อนิจฺจานุปสฺสี วิหรถ ดังนี้.

ในวิปัสสนากัมมัฏฐาน พึงทราบหมวดทั้ง ๔ นี้ คือ อนิจจัง ๑ อนิจจลักษณะ ๑ อนิจจานุปัสสนา ๑ อนิจจานุปัสสี ๑.

ขันธบัญจก ชื่อว่าอนิจจัง เพราะมีแล้วกลับไม่มี เพราะประกอบด้วยความเกิดขึ้นและความเสื่อมไป เพราะเป็นไปชั่วคราว และเพราะแย้งต่อนิจจะ (ความเที่ยง). อาการที่มีแล้ว กลับไม่มีอันใดของขันธบัญจกนั้น อันนั้นชื่อว่าอนิจจลักษณะ. วิปัสสนาที่ปรารภอนิจจลักษณะนั้นเป็นไป ชื่อว่าอนิจจานุปัสสนา พระโยคาวจรผู้เห็นแจ้งอนิจจลักษณะนั้นว่าไม่เที่ยง ชื่อว่าอนิจจานุปัสสี.

ก็ในสติปัฏฐานนี้ควรจะกล่าวอสุภกถา ๑๑ อย่างให้ถึงปฐมฌาน อานาปานกถาที่มีวัตถุ ๑๖ ให้ถึงจตุตถฌาน และวิปัสสนากถาโดยพิสดาร. แต่อสุภกถาเป็นต้นนั้น ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้แล้วในปกรณ์พิเศษ ชื่อว่าวิสุทธิมรรค โดยครบถ้วนทุกอาการ เพราะฉะนั้น พึงทราบโดยนัยดังที่ข้าพเจ้ากล่าวไว้แล้วในคัมภีร์วิสุทธิมรรคนั้นเถิด.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๖,๕๑๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. อสุภสูตร”