สมัยนั้น จิตของท่านจะดำเนินไปตรงทีเดียว ผู้มีจิตดำเนินไปตรงแล้ว ความปราโมทย์จะเกิดขึ้น ผู้มีปราโมทย์ (บันเทิง) แล้วปีติจะเกิดขึ้น จะรู้ชัดว่า ฯลฯ กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ ไม่มีอีกแล้ว สภาวธรรม ชื่อว่าธรรม. ____________________________ ๑๕- องฺ. ฉกฺก. เล่ม ๒๒/ข้อ ๒๘๑
บทว่า สงฺขตา ความว่า ธรรมทั้งหลายที่ปัจจัยทั้งหลายปรุงแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าปรุงแต่งแล้ว คือธรรมที่มีปัจจัย. (ส่วน) ธรรมทั้งหลายที่ทั้งเหตุทั้งปัจจัยอะไรๆ ไม่ได้ทำ คือไม่ได้ปรุงแต่งแล้ว เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่าอสังขตะ คือพระนิพพานที่หาปัจจัยไม่ได้ ธรรมทั้งหลายที่ชื่อว่าอสังขตะ เพราะขัดแย้งต่อสังขตธรรมทั้งหลาย เพราะฉะนั้น (คำนี้) จึงเป็นพหูพจน์.
บทว่า วิราโค เตสํ อคฺคมกฺขายติ ความว่า บรรดาสังขตธรรมและอสังขตธรรมทั้งหลายเหล่านั้น อสังขตธรรมกล่าวคือวิราคะ บัณฑิตเรียกว่าเลิศ คือประเสริฐ ได้แก่สูงสุด หมายความว่าล้ำเลิศเพราะเป็นสิ่งละเอียด และสุขุมตามสภาพนั่นเอง เพราะเป็นสิ่งสงบและประณีตกว่า เพราะเป็นสิ่งลึกซึ้งเป็นต้น และเพราะเป็นความสร่างเมาเป็นต้น.
บทว่า ยทิทํ เป็นนิบาต ความหมายคือ โย อยํ (แปลว่านี้ใด).
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที