คำว่า มทนิมฺมทโน เป็นต้นทั้งหมดเป็นไวพจน์ของนิพพานเหมือนกัน.

จริงอย่างนั้น ความเมาทุกอย่าง มีเมาเพราะมานะ เมาในความเป็นบุรุษเป็นต้น จะสร่างไป คือถูกทำลายเพราะมาถึงนิพพานนั้น ความระหายทั้งหมดมีระหายกามเป็นต้น ก็จะถูกนำออกไป ถึงความอาลัยทั้งมวล มีอาลัยในกามเป็นต้น ก็จะถูกถอนขึ้น กรรมวัฏ กิเลสวัฏ และวิปากวัฏทั้งผองก็จะถูกตัดขาด ตัณหาทั้งปวงที่แยกประเภทออกเป็น ๑๐๘ อย่างก็จะสิ้นไป กิเลสก็จะสำรอกออกหมด ทุกข์ย่อมจะดับไปสิ้น เพราะมาถึงนิพพานนั้น เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า มทนิมฺมทโน (สร่างเมา) ฯลฯ นิโรโธ (ดับทุกข์).

อนึ่ง ตัณหานี้ใดที่ท่านเรียกว่าวานะ เพราะตั้งวิเคราะห์ว่านำไป คือเย็บภพเข้ากับภพ (และ) กรรมเข้ากับผล ตัณหา คือวานะนั้น ไม่มีในธรรมชาตินี้ หรือเมื่อบรรลุถึงธรรมชาตินั้นแล้ว วานะนั้นไม่มีแก่พระอริยบุคคล เพราะฉะนั้น ธรรมชาตินั้น จึงชื่อว่า นิพพาน.

แม้ในคำว่า อคฺโค วิปาโก โหติ นี้ ควรทราบผลพิเศษของความเลื่อมใสในพระธรรม ด้วยสามารถแห่งสุตตบทมีอาทิว่า

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๖,๕๙๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. ปสาทสูตร”